วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

หลง2

หลง #12
..............................................

ขณะที่น้องแนนโดนไอ้เอกมันใช้นิ้วกระซวกหอยอยู่นั้น ไอ้แมนยังสนุกอยู่กับการสาวท่อนเอ็นขนาดกล้วยหอมใบเขื่องเข้าๆออกๆในปาก จิ้มลิ้มของสาวน้อย มันควานวนไปมาสลับกับการสอดเข้าออกลึกๆ บางครั้งบางครามันล่วงล้ำเข้าไปจนน้องแนนแทบจะสำลักอาเจียนออกมา แม้จะรู้สึกเสียวอย่างเต็มที่แต่อีกใจหนึ่งของน้องแนนก็รู้สึกขมขื่นเหลือ เกิน แม้เธอจะเคยเอากับอาจารย์ธวัชชัยมาหลายครั้ง แต่ธวัชชัยก็ไม่เคยขอให้เธอทำอย่านี้มาก่อน หญิงสาวรู้สึกขยะแขยงแทบอาเจียน เพราะท่อนเอ็นของไอ้แมนนั้นเหม็นคาวอย่างเหลือร้าย

ฉับพลัน น้องแนนก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อไอ้เอกมันกดหน้าของมันลงไปที่หอยของเธออีก ครั้ง มันตวัดลิ้นเลียแผล่บๆ เข้าไป ซอกเนื้อสงวนของเธอถูกรุกรานอย่างกักขฬะ มันใช้มือฉีกปากแคมของเธอออกจากกันจนแทบปริ ปล่อยให้กลีบเนื้อสีชมพูผงะแผงปลิ้นเป็นมันเยิ้มด้วยน้ำลายของมันออกมาพลิ้ว ระริกอยู่ใต้ลิ้นของมันอย่างหมดทางขัดขืน

หลังจากดูดดื่มความหอมหวานจนสาแก่ใจแล้ว ไอ้เอกก็เงยหน้าขึ้นจากหว่างขาของเธอแล้วเสือกตัวเข้าไปแทนที่อย่างไม่รอช้า มันเล็งท่อนเอ็นให้ตรงร่องของนักศึกษาสาว จากนั้นก็ยัดลำพรวดเดียวยันโคน เห็นมันทำหน้าบิดเบี้ยวเหยเกเพราะหอยของน้องแนนนั้นฟิตเปรี๊ยะไม่ผิดอะไรไป จากสาวบริสุทธิ์เพราะหอยเธอผ่านการใช้งานมาจากอาจารย์ธวัชชัยคนเดียวเท่า นั้น

ในจิตใจของสาวแนนตอนนี้มันสับสนไปหมด จากความกลัวในตอนแรก บัดนี้กลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาบ้างแล้วทีละน้อย ในขณะที่ไอ้เอกกำลังก้มหน้าก้มตาซอยเอวอยู่ยิกๆ ข้างล่าง ไอ้พวกที่เหลือต่างก็รุมบีบขยี้ขยำไปทุกๆส่วนอยู่ตลอดเวลา เนื้อตัวของเธอแทบไม่มีที่ว่างเพราะถูกมือหลายคู่จับจองไว้หมด หญิงสาวรู้สึกเสียวไปทั้งตัวโดยเฉพาะหว่างขานั้นขับน้ำเงี่ยนไหลเยิ้มออกมา ตลอดเวลา และยิ่งโดนมือสากๆผลัดกันตะโบมเต้าถันอวบๆเข้าไปเท่านั้น ร่างขาวโพลนของเธอก็อดที่จะบิดส่ายไปมาไม่ได้ ครางฮือฮือไม่ขาดสาย ยิ่งทำให้ไอ้พวกที่รุมเธออยู่ได้ใจเป็นหนักหนา

ไอ้เอกละจากหอยของนักศึกษาสาวแล้วล้มตัวลงนอน ไอ้แมนรู้ทันทีว่าเพื่อนต้องการอะไรจึงจับร่างของน้องแนนพลิกขึ้นมา
“ไป... น้องแนน ขึ้นคล่อมพี่เอกซะ...แล้วขย่มให้พี่เค้าหน่อยคนสวย”

น้องแนนกำลังเงี่ยน ไม่ปฎิเสธซักคำ รีบขึ้นไปคล่อมร่างกำยำของไอ้เอกแล้วโก่งตูดย้อยมาด้านหลัง ไอ้แมนขยับเข้าไปที่ด้านหลังเธอ น้องแนนใจหายวาบ รู้ได้ในทันทีว่ามันคงจะยัดเธอทางทวารแน่ แล้วก็เป็นเช่นที่คาดไว้ไม่ผิดเมื่อ ท่อนเอ็นปานสากกะเบือเริ่มกระดืบลำอันร้อนผ่าวล่วงลึกเข้ามาทีละน้อยๆ

“โอ๊ยยยย...พี่แมน .แนนเจ็บ..เจ็บ..อย่า ....โอ๊ยยยย....เอาออกไป๊” หญิงสาวร้องโวยวาย เจ็บจนน้ำตาร่วงออกมาทันที ไอ้จิที่กำลังสนุกกับการขยำนมอวบใหญ่ของสาวน้อยก้มลงไปกระซิบที่ริมหู

“อย่าร้องซิน้องแนน เดี๋ยวก็มันส์เชื่อพี่เหอะ พี่ทำอย่างนี้มากับหลายคนแล้ว ที่รัก” มันว่าแล้วก็เลียแผล่บๆ ที่หน้าตาของเธอ จากนั้นก็ลงไปก้มจูบปากน้องแนนอย่างเมามัน ไอ้อ๊อดเข้าไปประกบข้างๆเอื้อมมือเข้าไปบีบเคล้นสองเต้าของนักศึกษาสาวอย่าง รุนแรงเล่นเอาน้องแนนถึงกับครางฮือ จากนั้นก็ก้มลงไปใช้ปากดูดเลียหัวนม ร่างเปลือยของสาวน้อยสั่นสะท้าน คิ้วย่นสะบัดหน้าเร่าจนผมกระจายด้วยความเจ็บปวดระคนเสียว ไอ้แมนกดลำเอ็นเข้าไปทีละน้อย ทีละน้อย สาวน้อยตัวสั่นระริก

“อา.ซี๊ดส์..โอย...อูยยยยย...พี่แมน...เบาๆค่ะ...ตูดแนนจะฉีกแล้ว”
เหล่าบรรดาพวกที่รุมสาวน้อยอยู่หัวเราะกันครืนเมื่อเห็นหญิงสาวร้องวิงวอนคำหยาบออกมา ทั้งๆที่ตัวเองก็ร้องครวญครางไม่ยอมหยุด
“เจ็บแต่เสียว ใช่มั้ยจ๊ะน้องแนน” ไอ้เอกหยอก ขณะที่กระเด้าสาวน้อย พั่บ พั่บ ไม่ยอมหยุด

ในขณะนั้นไอ้แมนมันยัดของมันเข้าไปในตูดของน้องแนนจนหมดลำแล้ว จากนั้นก็ค่อยๆดึงออกช้าๆ จนเกือบสุดโคนแล้วดันเข้าไปอีก จากช้าๆค่อยๆแรงขึ้น สักพัก ลูกสูบของไอ้เอกกับไอ้แมนก็ผลัดกันเหวี่ยงข้อชักลำออกจากกระบอกดังฟูดฟาดๆ ผลัดกันอัดเข้าไปในหอยและตูดของนักศึกษาสาว เล่นเอาน้องแนนถึงกับสั่นไปทั้งตัว หน้าบิดเบี้ยวเหยเกร้องออกมาดังลั่นฟังไม่ออกว่าเจ็บหรือเสียว

“อูยยย..อูยยยยยย...เจ็บ...เจ็บ...เบา..เบา ...อูยยยย...เจ็บ...เสียว.ซี๊ดดดด..แรงแรง...แรง...แรง..อูยยยย...แรงอีก แรงอีกค่ะ...ซี๊ดดด....” หญิงสาวร้องครวญคราง

สักพักพอสาวแนนตั้งตัวติด หญิงสาวก็เริ่มตอบโต้อย่างลืมตาย สะโพกผายโอฬารทั้งยักทั้งร่อนจนไอ้เอกกับไอ้แมนครางอู้ แข่งกันตะกายสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ไปในเวลาไล่เลี่ยกัน

ไอ้เอกลงไปนอนแผ่หลา ในขณะที่ไอ้จิล้มตัวสอดเข้ามาลองหอยของน้องแนนดูมั่ง ในขณะที่ไอ้วินกำลังเพลินพริ้มตาอยู่ด้วยอารมณ์เสียวสุดขีด เนื่องจากพุ่มพวงของมันถูกกลืนหายเข้าไปในปากแสนสวยของน้องแนนทั้งพวง...
“อูยยยย เสียว ดูดแรงๆ ดูดแรงๆเลยน้อง อูยยยย ซี๊ด ...เสียวว่ะ” ไอ้วินครวญคราง

ขณะนั้นไอ้อ๊อดซึ่งเข้าไปแทนที่ไอ้แมน ก็กระเด้าอัดตูดของสาวแนน พั่บ พั่บ พั่บ ไม่นานก็ร้องอู้ เมื่อถึงจุดหมายอย่างปลายทางอย่างรวดเร็วยิ่งกว่านกกระจอกกินน้ำ
“อูยยยยย....กูไม่ไหวแล้วโว๊ย....โอ๊ย.... มันส์ชิบหาย...”
มันร้องเสียงดัง แอ่นตูดกดลงไปพร้อมกับปล่อยน้ำเสียวพุ่งทะลักใส่รูตูดของน้องแนนอย่างเต็มๆ ขณะที่ไอ้วินซึ่งเล่นปากน้องแนนอยู่ ก็เสร็จไปพร้อมๆกัน

“เฮ้ย เสร็จแล้วออกด่วน ผลัดสองเงี่ยนแล้วโว๊ย” ไอ้เบี้ยวร้องบอกกับไอ้อ๊อด
“ไอ้ห่าเอ๊ย ขอกูแช่รูดตูดน้องเค้าอีกซักหน่อยก็ไม่ได้”
ไอ้อ๊อดบ่นพีมพำ ค่อยๆถอนลำออกจากรูตูดของน้องแนน ลุกเดินออกไปเหมือนคนหมดแรง
แต่ก่อนที่ไอ้เบี้ยวซึ่งอุตส่าห์ไล่ไอ้แมนออกไปจะเข้าไปทำอะไรกับน้องแนน ไอ้เหม่ซึ่งถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนเปลือยเปล่าไปนานแล้ว รีบกระแทกไอ้เบี้ยวกระเด็นออกไป ก่อนจะล้มทาบไปบนลำตัวของน้องแนนแทน มันบดขยี้ถูไถท่อนเอ็นไปตามสะโพก แก้มก้น และร่องตูดของหญิงสาวอย่างเมามัน หนวดเคราแข็งถูไถไปตามผิวเนื้ออันอ่อนนุ่มละเอียดอ่อนของหญิงสาวทำให้มีรอย แดงเต็มไปหมด มือทั้งสองข้างสอดเข้าไปบีบเต้านมของน้องแนน ทั้งๆที่มีมือหลายๆมือจับจองอยู่แล้ว แต่มันก็หาที่ลงจนได้ เมื่อเกาะกุมได้ถนัด ก็รีบบีบเคล้นอย่างรุนแรงราวกับโคบาลรีดนมวัว เล่นเอาหญิงสาวถึงกับร้องครวญคราง

“อูยยย เสียววว...เสียวชิบหายเลยโว๊ย...” น้องแนนหลุดปากพูดออกมาอย่างลืมตัวเรียกเสียงฮาครืนทั่วห้อง
“อูยยยย มันส์ใช่มั้ยน้องแนน พี่จิบอกแล้วว่า สาวคนไหนโดนพวกพี่รุมรับรองว่าติดใจกันทุกคน ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ไอ้จิหัวเราะชอบใจ พร้อมกับขยับกระเด้าขึ้นมาถี่ยิบจนมองแทบไม่ทัน
“อูยยย ซี๊ด...เสียว...อูยยย..ไม่ไหวแล้ว...อูย...เย็ดแรงๆเลยค่ะ...พี่จ๋า..อูยยยย...ซี๊ด..” น้องแนนร้องครวญคราง

ไอ้เหม่หลังจากใช้ท่อนเอ็นถูไถเนื้อตัวของน้องแนนจนดุ้นเนื้อแข็งปั๋งเต็ม ที่แล้วก็รีบขยับตัวลงมา จัดการแหกแก้มก้นขาวจั๊วะทั้ง 2 ข้างออกของนักศึกษาที่กำลังสูดปากร้องครวญครางออกจากกัน มันจับท่อนเอ็นขนาดยักษ์เล็งจ่อที่รูตูดของหญิงสาวแล้วกดเข้าไปทันที รูตูดของน้องแนนเพิ่งจะถูกท่อนเอ็นขนาดใหญ่ของไอ้แมนกับไอ้อ๊อดทะลวงมาก่อน ยังไม่ทันจะหุบลงมาดี ก็โดนท่อนเอ็นขนาดใหญ่ยิ่งกว่ายักษ์ทะลวงเข้ามาอีก เล่นเอาหญิงสาวถึงกับดิ้นพราดๆ รู้สึกว่ารูตูดของตัวเองคงจะฉีกแน่แล้ว

“โอ๊ยย เบาๆ โว๊ย กูเจ็บ ไอ้เหี้ย กูบอกให้เบาๆโว๊ย....โอ๊ยยยย” น้องแนนตวาดด่าออกมาด้วยความโมโห เพราะรู้สึกเจ็บปวดแทบขาดใจ

ไอ้เหม่ไม่สนใจ มันรู้สึกว่ารูตูดของสาวแนนฟิตเปรี๊ยะ กระชับรัดท่อนเนื้อของมันแน่น มันดันพรวดเดียวเข้าไปมิดด้าม เล่นเอาสาวสายร้องด่าโวยวายด้วยความเจ็บ
ไอ้เหม่ก็ค่อยๆขยับตัวช้าๆ โชคดีที่รูตูดน้องแนนโดนท่อนเอ็นของไอ้แมนกับไอ้อ๊อดนำร่องไปแล้ว ไม่งั้นท่อนเอ็นขนาดยักษ์ของไอ้เหม่ก็คงจะเข้าไปไม่ง่ายดายอย่างแน่นอน
ไอ้เหม่คอยให้รูตูดของหญิงสาวขยายตัวรองรับของมัน จึงค่อยๆขยับตัวสาวเข้าออกช้าๆ สาวแนนตอนแรกยังเจ็บปวดสุดขีด แต่สักพักเมื่อเริ่มปรับตัวได้ ความเสียวก็กลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพราะถูกรุมขยำขยี้ปลุกอารมณ์จากมือเป็นสิบๆนั่นเอง

“อูยยย ซี๊ด ....เสียว...เสียวจังเลยค่ะพี่ขา....เย็ดแรงๆเลยค่ะ..” พอความเสียวกลับเข้ามาสาวแนนก็กลับมาพูดเสียงอ่อนเสียงหวานอีกครั้ง
“อูยยยย....เสียวก็ช่วยพวกพี่เด้งหน่อยซิจ๊ะน้องแนน..อูยย...ซี๊ด..” ไอ้จิพูดพร้อมกับกระเด้าขึ้นไป
“อูยยย...ได้ซิคะพี่...อูยยยย...เสียวหีจังเลย...อูยยยยย...” น้องแนนร้องครวญคราง พลางขย่มตัวเด้งรับท่อนเนื้อทั้งสองดุ้นอย่างเร่าร้อน
“นั่น..อย่างนั้น...ซี๊ด...น้องแนน..เด้งเก่งเหลือเกิน..อูยยยย” ไอ้จิร้องครวญคราง

สาวแนนร้องครวญครางต่อได้ไม่นานก็รู้สึกว่ามีท่อนเอ็นอันใหม่จ่อเข้ามาที่ปากอีกครั้ง
ไม่ต้องให้สั่ง สาวน้อยรีบอ้าปาก รับเอาท่อนเอ็นนั้นเข้าไปพร้อมกับเริ่มดูดทันทีเล่นเอาเจ้าของท่อนเอ็นนั้น ถังกับครางอู้ จับศีรษะเธอไว้พร้อมกับกระเด้าปากของสาวสวยทันที

สาวแนนหลังจากถูกปลุกอารมณ์จากผู้ชำนาญการทั้งแปดอย่างไม่ปล่อยให้หายใจหาย คอ ก็รู้สึกเร่าร้อนไปทั้งตัว เกิดอารมณ์หื่นกระหายอย่างรุนแรง สติกระเจิดกระเจิงเตลิดไกล เพลิงราคะที่ถูกจุดจนลุกโชนจาการถูกถูกรุมกระหน่ำ อย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน ทำให้นักศึกษาสาวผู้น่าสงสารไม่สามารถที่จะขัดขืนความต้องการทางเพศของตัว เองได้เลย หญิงสาวรู้สึกเสียวกระสันไปกับรสสวาทของพวกมันทั้งแปด และไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะโดนข่มขืนสักนิด

พวกมันสลับกันสนุกสนานอยู่บนเรือนร่างอวบอึ๋มของนักศึกษาสาวแสนสวย ทั้งปาก ตูด หอยโดนพวกมันผลัดกันใช้เป็นที่ระบายอารมณ์กันคนละหลายๆรอบ จวบจนใกล้สางจึงหมดแรงไปตามๆกัน.....

..............................................


ณ.โรงแรมแห่งหนึ่งในภาคเหนือ

“โกรธแม่หรือหนู ที่แม่ขอมากับหนูด้วย” ปริษาเอ่ยปากถามกนกวรรณ ลูกสาวคนโตของเธอ

กนกวรรณขออนุญาตปริษามาเที่ยวกับอาจารย์ธวัชชัยที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาค เหนือ แต่ปริษาไม่ไว้ใจธวัชชัย ก็เลยขอติดตามมาด้วย โดยอ้างว่าจะมาเยี่ยมเพื่อนเก่า กนกวรรณไม่กล้าขัดใจแม่ ดังนั้นแม้จะไม่ค่อยพอใจแต่ก็ยอมให้ปริษามาด้วย ส่วนอาจารย์ธวัชชัยนั้นมีท่าทีเฉยๆไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรเมื่อกนกวรรณบอก กับเขาว่าแม่ของเธอจะขอติดมาด้วย

“ไม่หรอกค่ะคุณแม่ อ้อเข้าใจค่ะ” กนกวรรณตอบ

ปริษาสังเกตท่าทีของกนกวรรณก็รู้ว่าหญิงสาวไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เธอยังไม่ได้บอกกนกวรรณให้รู้ว่า เธอเห็นธวัชชัยมีท่าทีสนิทสนมกับกมลวรรณ ซึ่งทำให้ปริษาไม่ไว้ใจเขา เธอเลี้ยงลูกสาวมาอย่างทะนุถนอม เรื่องอะไรที่จะยอมปล่อยให้ลูกสาวของเธอโดนเขาหลอก แต่ปริษานั้นไม่ใช่คนที่จะกล่าวหาใครโดยไม่มีเหตุผล เธอต้องสอบถามเรื่องนี้กับธวัชชัยให้รู้เรื่อง เขารักลูกสาวคนไหนของเธอแน่ๆ? ทำไมทำเหมือนกับจะจีบทั้งสองคน? ถ้าเขาไม่มีเหตุผลที่ดีมาอธิบาย เธอจะบังคับให้ลูกสาวทั้งสองคนเลิกคบกับเขา

“แม่ขอให้อาจารย์ไปส่งแม่ที่บ้านเพื่อน หนูคงไม่ว่าใช่มั้ย” ปริษาถาม
“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ เดี๋ยวอ้อก็ว่าจะไปเดินเที่ยวแถวๆนี้นิดหน่อย กลับมาก็คงพอดีกัน”
ปริษาลูบคลำเรือนผมของหญิงสาวพูดเสียงนุ่มนวล
“หนูเป็นเด็กดีอ้อ.... แต่แม่ก็รู้ว่าหนูคิดอะไร วางใจเถอะเมื่อกลับมาแล้วแม่จะอธิบายให้หนูฟังทุกอย่างว่าทำไมแม่จึงต้องมา กับหนูด้วย ยังไงก็ตาม ขอให้หนูรู้ว่าแม่รักหนูเสมอและจะไม่ยอมให้หนูต้องเสียใจเพราะใครอย่างแน่ นอน”
กนกวรรณงงกับคำพูดไม่มีต้นไม่มีปลายของปริษา แต่เธอก็เพียงแต่รับฟังอย่างเงียบๆ

ปริษาอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็ลงมาที่ล็อบบี้ ธวัชชัยรอเธออยู่แล้ว เขาส่งยิ้มให้ก่อนที่จะพาปริษาไปที่รถ

ธวัชชัยขับรถตรงออกไปตามถนนที่ทอดยาวออกจากตัวเมือง มุ่งไปทางทิศตะวันตกตามทางที่ปริษาบอก เมื่อขับไปได้สักพัก เขาก็เอ่ยปากถาม
“ทางไหนครับคุณน้า”
ปริษาตอบว่า
“ช่วยหยุดรถก่อนเถอะค่ะ อาจารย์”
ธวัชชัยหันมามองหน้าเธอด้วยความสงสัย แต่ก็ทำตามคำสั่งเธอ รถชะลอตัวช้าๆก่อนที่จะหยุดนิ่ง ธวัชชัยหันไปถาม
“มีอะไรหรือครับคุณน้า”
“น้าบอกตามตรงว่าน้าไม่มีเพื่อนอยู่ที่นี่หรอกค่ะ... แต่น้าอยากจะคุยอะไรบางอย่างกับอาจารย์…”
ธวัชชัยยิ้ม ก่อนที่จะเอ่ยตอบ
“ผมรู้ว่าคุณน้าจะถามอะไร แต่จอดคุยริมทางหลวงอย่างนี้ไม่ดีแน่ เดี๋ยวโดนรถอื่นชน เราไปหาที่เงียบๆคุยกันดีกว่า ผมรู้จักน้ำตกแถวนี้ ผมจะพาคุณน้าไปเที่ยวด้วยเลย”
ปริษาอยากจะร้องห้าม แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ
“ไปคุยกันเงียบๆก็ดีเหมือนกัน”เธอคิด

ปริษามัวแต่เป็นห่วงเรื่องลูกสาว ไม่ทันคิดว่าอาจารย์หนุ่มนั้นอยากเย็ดเธอยิ่งกว่าลูกสาวไม่รู้กี่เท่า ยิ่งอยู่กันตามลำพัง ได้เห็นทรวงอกขนาดใหญ่ที่ดันเสื้อจนอูมล้นเป็นลูกกลมๆทั้งสองเต้ายิ่งทำให้ เขาปั่นป่วนรัญจวนใจมากยิ่งขึ้น มันดูเต็มไม้เต็มมือน่าดูดน่าขยำให้สะใจเสียเหลือเกิน

ธวัชชัยแอบชำเลืองมองขาขาวๆของปริษาที่อยู่นอกกระโปรงลายดอกบางเบา ท่อนเอ็นของเขาแทบจะลุกผงาดขึ้นมาทันที.....

อันที่จริงธวัชชัยไม่ใช่คนที่จะชอบข่มขืนผู้หญิง กับกมลวรรณเมื่อเธอมีทีท่าลังเลเขายังยอมปล่อยเธอแต่โดยดี.... แต่กับปริษาแล้วไม่เหมือนกัน เขารู้ดีว่าผู้หญิงท่าทางไว้ตัว แบบนี้ไม่มีทางที่เขาจะจีบได้ เขาสังเกตออกว่าปริษาเป็นคนที่เรียกได้ว่าหัวโบราณและรักมั่นอยู่กับสามีของ เธอ ทางเดียวที่เขาจะได้ปริษามาครองก็คือต้องข่มขืนเธอเท่านั้น และเขาก็พร้อมที่จะทำอย่างนั้นแล้ว...

กลิ่นน้ำหอมที่ระเหยออกมาจากตัวปริษาหอมกรุ่นไปทั้งรถ... ท่าทางอันงามสง่า พูดจาไพเราะ อาจารย์อย่างนั้นอาจารย์อย่างนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเงี่ยนอย่างบอกไม่ถูก ปริษาที่น่าสงสารมัวแต่คิดปกป้องลูกสาวไม่รู้เลยว่าเสน่ห์ของตัวเองรุนแรง กว่าลูกสาวหลายเท่านัก และเธอกำลังจะเป็นเหยื่ออันโอชะ เพราะชายหนุ่มวางแผนที่จะเผด็จศึกเธอไว้เรียบร้อยแล้ว....

ธวัชชัยขับตรงไปสักครู่ก็เลี้ยวเข้าถนนลูกรัง เขาตีวงโค้งไปตามเส้นทางสายเก่าที่ไม่มีใครนิยมใช้ รถวิ่งขโยกขเยกเข้าไปตามทางขรุขระ ปริษาเริ่มเหลียวมองสองข้างทางอย่างตื่นๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาที่นี่ พอรถวิ่งไปสักระยะก็ได้ยินเสียงน้ำตกดังแว่วมา ธวัชชัยจอดรถที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วหันมายิ้มให้หญิงสาว
“ถึงแล้วครับ คุณน้าได้ยินเสียงน้ำตกมั้ย”
ปริษาพยักหน้า มองออกไปทางนอกหน้าต่างรถ เห็นดอกไม้หลากสีชูช่อไสว ขึ้นเกลื่อนกลาดอย่างงดงามน่าดู รอบๆตัวมีแต่ความเงียบสงบ นอกจากเสียงน้ำตกกับเสียงนกร้องแล้วก็เกือบจะไม่ได้ยินเสียงอื่นใดเลย

ธวัชชัยเปิดประตูรถ เขาเดินไปเปิดกระโปรงด้านหลัง ดึงเสื่อฝืนใหญ่ออกมา ปริษามองดูเขาด้วยสายตาเฉยเมย วินาทีนั้นเธอคิดว่าน่าจะคุยกับเขาที่โรงแรมมากกว่า แต่ก็อีกนั่นแหละถ้าอยู่โรงแรมเธอก็คงไม่มีโอกาสคุยกับเขาตามลำพัง
“อ้าว ลงมาซิครับคุณน้า เดินไปดูน้ำตกกันทางโน้น”

ปริษาอึกอักอยากจะปฏิเสธ แต่เมื่อนึกว่าไหนๆก็มาถึงที่นี่แล้ว รีบๆคุยให้จบก็จะได้ชวนเขากลับ ดังนั้นหญิงสาวจึงเปิดประตูรถแล้วก้าวออกไป
“เดี๋ยวเราไปนั่งตรงชะง่อนผาโน่นดีกว่าครับ มองเห็นน้ำตกถนัดดี”
“แต่น้าว่า เราคุยกันตรงนี้ก็ได้นะคะ จะได้รีบกลับกัน เดี๋ยวหนูอ้อจะคอยนาน”
ชายหนุ่มทำหน้าพิกล
“อ้าว ทำไมล่ะครับ เราอุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้ว ไม่ไปดูน้ำตกก็น่าเสียดาย”
ปริษาหลบตาเขา
“น้าปวดหัวพอดีเลยค่ะ เมื่อกี้นี้เอง”
แววตาของธวัชชัยวาวโรจน์ ริมฝีปากของเขาเม้มเข้าหากันแน่น
“เถอะครับ ไปนั่งคุยบนนั้นดีกว่า บางทีละอองเย็นๆจากน้ำตกจะช่วยให้คุณน้าดีขึ้นบ้าง ถ้าไงเดี๋ยวค่อยกลับ เดินตามผมมาทางนี้เถอะ”

โดยไม่ฟังเสียงปริษา เขาปีนขึ้นไปก่อนด้วยท่าทางคล่องแคล่ว เดินตามทางเล็กๆผ่านกอหญ้าที่รกทึบ พอพ้นแนวหญ้า คนทั้งสองก็ขึ้นมาบนลานหินที่ร่มรื่น มองลงไปเห็นน้ำตกทอดตัวขาวโพลนเป็นสายลงจากหน้าผา
ธวัชชัยปูเสื่อแล้วเชื้อเชิญปริษานั่ง คนทั้งสองจับจ้องดูสายน้ำที่พรั่งพรูหลั่งไหลกระทบแก่งหินข้างล่างโดยไม่พูดไม่จากันเลย
“เอ..ทำไมน้ำตกนี้ไม่มีคนเลยล่ะคะอาจารย์”
ธวัชชัยชี้ไปข้างล่าง
“ถ้าคุณน้าอยากดูคนต้องเดินไปชะโงกดูตรงนั้นครับ ส่วนมากเขาเล่นน้ำตกชั้นล่างกัน ที่นี่มันเกือบจะชั้นสูงสุดแล้ว ไม่ค่อยมีใครขึ้นมากันหรอกเพราะทางไม่ดี”
ปริษามองหน้าเขา
“ทำไมอาจารย์พาน้ามาที่นี่ล่ะคะ” ปริษามองหน้าเขาด้วยความกังวล
“ก็คุณน้าอยากจะคุยเงียบๆไม่ใช่หรือ ผมว่าเราอยู่กันตามลำพังอย่างนี้เข้าทีกว่าไปรวมอยู่กับคนข้างล่างเป็นไหนๆ...จริงมั้ย”
ปริษาหน้าพยักหน้า
“ค่ะ..อาจารย์...เอ้อ...คือเรื่องที่น้าอยากจะถามก็คือ...อืมมม...น้าจะถามยังไงดี...”
ปริษาเอ่ยตะกุกตะกัก อยากจะถามตรงๆก็เกรงว่าจะเสียมารยาท
ชายหนุ่มเห็นทีท่ากระดากกระเดื่องของเธอจึงพูดขึ้นแทน
“คุณน้าคงอยากถามว่า ทำไมผมจึงสนิทสนมกับน้องหวานกับน้องอ้อพร้อมกัน..พูดง่ายๆก็คือคุณน้าคงนึก ระแวงว่าผมจะจีบลูกสาวคุณน้าพร้อมกันทั้งสองคนใช่มั้ยครับ”
ปริษาตกใจคิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดออกมาตรงๆ ธวัชชัยเห็นเธอนิ่งไม่ปฎิเสธ ชายหนุ่มก็หัวเราะเบาๆแล้วอธิบายต่อ
“จริงๆแล้ว ผมรู้จักกับน้องหวานก่อนน่ะครับคุณน้า น้องหวานเป็นเพื่อนกับน้องสาวผม ผมรู้จักตั้งแต่สมัยที่เธอเป็นนักเรียน เพราะมาที่บ้านผมบ่อยๆ ”
“แล้วอาจารย์คิดยังไงกับหนูหวานล่ะคะ” ปริษาถามตรงๆ เริ่มรู้สึกอึดอัดกับสายตาของเขาที่มักชำเลืองมองช่วงขาของเธอบ่อยๆ
“น้องหวานเป็นเด็กน่ารัก เรียบร้อย ดูซื่อๆ ผมมีความสุขเมื่ออยู่ใกล้เธอ”
“แล้วอาจารย์รักเธอหรือเปล่า”
ธวัชชัยส่ายหน้า
“ผม...ผมบอกไม่ถูกครับคุณน้า”
ปริษาไม่พอใจกับคำตอบของเขา ถามต่อ
“แล้วหนูอ้อล่ะ” น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว มองหน้าเขาด้วยแววตาคาดคั้น
“คุณอ้อทั้งสวย ทั้งเก่ง ผู้ชายคนไหนได้เธอมาเป็นภรรยาก็โชคดี”
“เอ๊ะ อาจารย์พูดยังไงกันนี่... น้าฟังแล้วไม่เข้าใจ ตกลง อาจารย์ชอบคนไหนกันแน่ หรือจะหลอกจีบลูกสาวน้าเล่นๆ”
ธวัชชัยถอนหายใจ
“ก่อนหน้านี้ ผมก็คิดวนไปวนมาอยู่หลายครั้ง แต่ผมตัดสินใจไม่ได้ซักที ทั้งสองคนมีดีกันไปคนละอย่าง และผมก็ไม่อยากให้คนใดคนหนึ่งต้องเสียใจ ...แต่ตอนนี้ผมตัดสินใจได้แล้ว”
“ยังไง” ปริษาถาม รู้สึกเดือดกับคำตอบของเขา
ธวัชชัยมองใบหน้าสวยหวานของปริษา พูดเสียงนุ่มนวล
“คุณน้าครับ ผมดูยังไง คุณน้าก็ไม่ได้แก่พอที่จะเป็นน้าผมได้เลย ผมว่าคุณน้าคงจะมีวัยไล่เลี่ยกับผมเสียมากกว่า ขอผมเรียกคุณน้าว่าพี่ได้มั้ยครับ พี่ปา...”
ปริษาหน้าเสีย นึกเจ็บใจตัวเองที่ไว้ใจเขา สีหน้าเธอไม่สู้ดีนัก หญิงสาวรู้แล้วว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นคนกะล่อนหาความจริงใจไม่ได้ เธอตัดสินใจที่จะให้ลูกสาวทั้งสองคนเลิกคบกับเขา ถึงจะต้องบังคับกันก็ต้องทำ
“ไม่ดีมั้งคะอาจารย์ เรียกน้าอย่างเดิมดีกว่า เอาละ...น้าว่าเรากลับกันได้แล้ว”
ธวัชชัยตาเป็นประกาย เขาขยับกายใกล้เธอเข้ามา
“เดี๋ยวซิครับพี่ปา จะรีบกลับทำไม พี่ปายังไม่ได้ฟังคำตอบจากผมเลย”

ปริษาขยับตัวจะผละออกมา แต่นาทีนั้นเองมือแข็งแรงของธวัชชัยก็คว้ามือเธอไว้แน่น เขาขยับกายเข้ามาจนชิด มืออีกข้างเอื้อมมาโน้มไหล่หญิงสาวรั้งเข้าไปหา
ปริษาตกใจร้องโวยวายลั่น
“บ้าจริง...ปล่อยน้านะ อาจารย์”
ธวัชชัยหัวเราะในลำคอ อาจารย์หนุ่มรั้งร่างเธอเข้ามาอีก
“พี่ปา ผมตัดสินใจแล้วครับ คนที่ผมต้องการจริงๆก็คือพี่นั่นเอง ผมรักพี่จริงๆนะครับ พี่ปา”
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ อาจารย์... บอกให้ปล่อย...คุณนี่หยาบคายแท้ๆ”
ธวัชชัยไขว่คว้าเธอเป็นพัลวัน
“แบบนี้เขาไม่เรียกว่าหยาบคายหรอกครับพี่ปา เขาเรียกว่ารักต่างหาก พี่ปา...ผมรักพี่...ได้ยินไหม?.... ผมรักพี่”
“รักบ้าบออะไรกัน...ปล่อยมือชั้นเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นชั้นจะร้องให้ลั่นเชียว” หญิงสาวขู่
อาจารย์หนุ่มยังพยายามรั้งร่างของเธอเข้าไปอีกทั้งๆที่ปริษากำลังดิ้นรนอย่างสุดฤทธิ์
“เสียเวลาเปล่าๆครับพี่ปา พี่ร้องจนคอแตกก็ไม่มีใครได้ยิน น้ำตกนั่นมันดังอย่างกับอะไรดี... น่าตามใจผมหน่อยเถอะครับ อย่าดิ้นเลย จะเหน็ดเหนื่อยไปเสียเปล่าๆ”
“บ้า..คุณมันบ้า โธ่ ชั้นไม่คิดเลยว่าคุณจะชั่วชาติไร้ศีลธรรมถึงขนาดนี้ เป็นถึงอาจารย์” หญิงสาวตะโกนด่า น้ำตาร่วงรินลงมาตามพวงแก้ม

ธวัชชัยห้วเราะกระหึ่มในลำคอ เขาไขว่คว้าปริษาอย่างเมามัน มือขวาตะโบมทรวงอก แต่ปริษาเบี่ยงหลบ มือของเขาจึงดึงชายเสื้อของเธอกระชากออกเต็มแรง

คว้ากกกกก

เสียงเสื้อขาดดังลั่น ปริษาอุทานอย่างตกใจ บราที่รัดเต้าทรวงขนาดใหญ่ของเธอปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ธวัชชัยผวาเข้าไปหา ตาเป็นประกายวาววาม
“พี่ปา โอ้โฮ ใหญ่อย่างที่คิดไว้เลย พี่สวยน่ากินเหลือเกิน”
หน้าของเขายื่นเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนผะผ่าวเป่ารดที่แก้มของหญิงสาว ปริษาบิดกายสุดแรง ฉับพลันมือข้างซ้ายที่เป็นอิสระของเธอก็ฟาดลงไปเต็มเหนี่ยว
เพี๊ยะ!!!
แก้มของอาจารย์หนุ่มเป็นรอยแดงปื้นใหญ่ขึ้นมาในทันที
“ปริษา...นี่พี่ตบผม พี่กล้าตบนายธวัชชัย” เขาคำรามออกมา
หญิงสาวไม่ตอบ พยายามดิ้นจะให้หลุดจากมือ แต่ทันทีนั้นเองธวัชชัยก็แสดงวิญญาณของความเป็นสัตว์ป่าออกมา เขากดร่างเธอนอนราบลงบนพื้นหญ้า ปริษาร้องด้วยคามเจ็บปวด ร่างกายท่อนล่างของเธอถูกเขาคร่อมกดทับไว้ อาจารย์หนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม
“เมื่อพี่ไม่ต้องการที่จะพูดจากันดีๆก็ไม่เป็นไร คนสวย ผมจะเป็นผัวพี่แบบโจรก็ได้ ฮะ ฮะ จะดิ้นไปทำไมครับ เดี๋ยวเจอฤทธิ์เดชน้องชายหัวโตของผมเข้าเดี๋ยวก็ร้องครางไม่หยุด 555555”

ปริษาดิ้นสุดชีวิต แต่ยิ่งดิ้นเธอก็ยิ่งเจ็บมือขวาของเขาที่เอื้อมมาที่ไหล่ของเธอ บราเซียร์ถูกกระชากจนตะขอขาดติดมือเขาออกมา ปทุมถันอันยองใยที่อัดแน่นอยู่ในที่ปกปิด ทะลักหลุดออกมาเด่นชัดกระจ่างตา ปริษาหลับตาตัวสั่นเทิ้มด้วยความขยะแขยง เธอรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ปริษาร้องให้คนช่วย แต่เสียงของเธอดูจะเลือนหายไปกับเสียงน้ำตกที่ดังกึกก้องปัมนาทอยู่ใกล้ๆ เธอรู้สึกว่าลมหายใจอันหื่นกระหายของธวัชชัยกำลังก้มต่ำลงมาทุกที

หลง #14
..............................................
ปริษาดิ้นรนเตะถีบสุดชีวิต ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกข่มเหง ธวัชชัยก็เลยโผขึ้นโถมทับ จับมือจับขาหล่อนไว้ไม่ให้ออกฤทธิ์มากนัก
“ชาติชั่ว” ปริษาโวยวาย ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้น “คุณทำชั้นในชั้นขาดหมดแล้วเห็นมั้ย”
“โธ่ ก็พี่อยากดิ้นนี้ ที่รัก”
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ชั้นจะลุกขึ้น” ปริษาทำเสียงเกรี้ยวกราด
“ลุกขึ้นทำไมล่ะ พี่ไม่อยากให้ผมไปยุ่งกับลูกสาวทั้งสองของพี่ไม่ใช่รึ ถ้างั้นพี่ก็ต้องยอมเอาตัวเข้าแลกแทน...อย่าดิ้นน่า..”

และโดยไม่ยอมปล่อยให้หญิงสาวได้โต้ตอบกลับ ธวัชชัยก็กำข้อมมือทั้งสองของเธอไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ฉีกกระชากชั้นในชิ้นล่างส่วนที่เหลือออกให้พ้นทาง ด้วยความที่เมื่อครู่มัวแต่ปลุกปล้ำไม่ให้สาวงามดิ้นรนเป็นอิสระจึงไม่ทัน มองว่าเจ้าอาภรณ์ที่ถูกกระชากขาดคามือมันเผยให้เห็นความงามอะไรบ้าง

แต่ขณะนี้เมื่อกวาดสายตาลงไปยังเป้าหมาย เขาก็ตะลึงจนตาค้าง
ทั้งนี้เพราะอณาจักรความสาวของปริษานั้นมีขนขึ้นดกดำเป็นระเบียบ ทั้งรูปร่างและขนาดอวบอูมอย่างน่าหลงใหลซึ่งสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับ เขา จนอดไม่ได้ต้องลดมือลงไปลูบคลำจับต้อง สัมผัสความนุ่มนวลละเอียดอ่อนของผิวเนื้อและปุยขนนั้น

“อูยยย...นุ่มมือจริงๆ พี่ปา”เขาพึมพำอย่างพอใจ

ทันทีที่ถูกมือของเขาจับต้อง ปริษาก็มีอาการดิ้นรนหาทางเป็นอิสระอย่างสุดฤทธิ์อีกครั้ง คราวนี้ธวัชชัยต้องใช้เวลาปลุกปล้ำอยู่นานทีเดียว จนในที่สุดปริษาจึงต้องยอมยุติการต่อสู้ นอนหอบหายใจนิ่งเฉย และอีกชั่วครู่ธวัชชัยก็ต้องประหลาดใจอีกครั้งที่เห็นเนื้อตัวของปริษาไม่ ได้แข็งขืนเหมือนตอนแรก แถมความโกรธยังหายไปจากสีหน้าอีกด้วย

“อาจารย์ทำน้าเจ็บนะ” ปริษาพึมพำเป็นเชิงขอความเห็นใจ

ธวัชชัยไม่แน่ใจว่าเธอจะมาไม้ไหนกันแน่ ดังนั้นจึงคลายมือที่กุมข้อมือทั้งสองของเธอออกเล็กน้อย

แต่แค่นั้นก็นับว่าเพียงพอแล้ว เพราะปริษาซึงรอจังหวะอยู่รีบกระตุกข้อมือหลุดเป็นอิสระ แล้วลดมือวูบลงไปข้างล่างทันที

ความตกตะลึงทำให้ธวัชชัยทำอะไรไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่ออุ้งมือข้างนั้นตะครุบหมับเข้าที่สัดส่วนความหนุ่มแน่นของธวัช ชัยอย่างฉับไวและมั่นคง เหมือนจะบอกให้รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะได้รับต่อไปนี้ก็คือความนุ่มนวลที่จะมอบ ให้

เมื่อเป็นเช่นนั้น ธวัชชัยจึงขยับลงไปนอนเคียงข้างตามสบายรอคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป และก็รอเพียงไม่นาน อุ้งมือข้างนั้นก็เริ่มขยับเขยื้อนในทิศทางขึ้นลง หยิบยื่นความเพลิดเพลินให้ธวัชชัยอย่างคาดไม่ถึง

สัญชาตญาณสอนให้อาจารย์หนุ่มรั้งร่างสาวงามเข้ามาสวมกอด ความสุขที่แผ่กระจายไปทั้งเนื้อทั้งตัวทำให้เขาลืมเสียสนิทว่าทำไมปริษาจึง เปลี่ยนปฏิกิริยาท่าทีได้รวดเร็วเช่นนี้

ความสุขที่ว่าก่อตัวขึ้นทีละน้อยๆ เช่นเดียวกับการขยับเขยื้อนอุ้งมือของปริษา ซึ่งโหมจังหวะเร่งเร้าอย่างรวดเร็วจนผิดสังเกต และในที่สุดอาจารย์หนุ่มก็เข้าใจแล้วว่าปริษาคิดอะไรอยู่ในใจ

คุณแม่ยังสาวของกนกวรรณคนนี้กำลังจะสะสางทุกอย่างให้จบสิ้นในเวลาอันรวดเร็ว โดยตัดสินใจใช้วิธีปลดเปลื้องความสุขให้อาจารย์หนุ่มด้วยอุ้งมือ แทนที่จะปล่อยให้เขารุกล้ำของสงวนของเธอ

เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วเขาก็รีบดันเข่าเข้าแทรกตรงหว่างขาของเธอในทันที และก่อนที่ปริษาจะไหวตัวทัน ร่างของเขาก็สอดเข้าไปตรงกลางปลายเท้าคู่นั้น จังหวะเดียวกันก็โถมน้ำหนักขึ้นกดทับร่างอวบอัดนั้นไว้ สัดส่วนความเป็นชายของเขาก็เลยบดเบียดอยู่กับความสาวของหญิงสาว ถูไถไปมา

“โอ” ปริษาอุทาน น้ำตาไหลพรากออกมาในทันที หญิงสาวรู้แล้วว่าตอนนี้การกระทำของเธอถูกชายหนุ่มรู้ทันแล้ว “เดี๋ยวอย่าเพิ่งอาจารย์ เดี๋ยวน้าท้อง ถอยออกก่อนเถอะ”
แต่อาจารย์หนุ่มไม่สนใจ ขยับดันสัดส่วนของเขาดันให้มันลึกเข้าไป พร้อมกับร้องครางออกมาเบาๆด้วยความกระสันรัญจวน ไม่น่าเชื่อว่าร่องหลืบของเธอจะยังฟิตเปรี๊ยะและรัดรึงของเขาไว้แน่นไม่ผิด อะไรกับเด็กสาวๆ

“เอาออกเถอะค่ะอาจารย์ ให้น้าใช้ริมฝีปากมอบความสุขให้อาจารย์ก็ได้” ปริษาวิงวอนเสียงสั่นสะท้าน รู้สึกดวงตาพร่าเลือนด้วยน้ำตา

นับเป็นข้อเสนอที่น้าสนใจอย่างยิ่ง เพราะผู้หญิงหัวโบราณน้อยคนนักที่จะยอมปรนเปรอความสุขให้ผู้ชายด้วยริมฝีปาก เนื่องจากถือเป็นเรื่องสกปรกของผู้หญิงชั้นต่ำ เป็นเรื่องที่น่าขยะแขยงและเป็นการลดค่าตัวเองอย่างไม่น่าให้อภัยที่สุด

แต่ถึงตอนนี้อาจารย์หนุ่มรู้แล้วว่าปริษานั้นร้ายกาจ ถึงจะดูเรียบร้อยไม่ทันคน แต่เอาเข้าจริงก็มีลูกล่อลูกชนไม่น้อย ทางที่ดีก็คือเดินหน้าต่อไป เพราะวิธีการนี้มันก็เหมือนลูกไก่ในกำมือ รีบฉกฉวยเอาไว้ดีกว่า ดังนั้นเขาจึงออกแรงบุกไปข้างหน้าเต็มเหนี่ยว

น่าอัศจรรย์ที่สุด อณาจักรความสาวที่บุกฝ่านั้นมีสภาพอันแคบกะทัดรัดลงไปทุกที แน่นวนว่าปริษาไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ ซ้ำยังมีลูกสาวโตแล้วถึงสองคน แต่มันก็ตอดรัดเขาอยู่ตลอดเวลาอย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเจ้าสัดส่วนของเขามันพองโตจนเต็มที่แบบนี้

“โอ๊ยย...ปล่อยนะ” สาวสวยกรีดร้องด้วยความตกตะลึง “ปล่อยชั้นนะไอ้อาจารย์ชั่ว...ถ้าสามีชั้นรู้เข้า รับรองแกตายแน่”

ต่อจากนั้นทั้งเสียงสบถ เสียงก่นด่า เสียงโวยวายก็พรั่งพรูมาจากริมฝีปากคู่บางของเธอ ไม่น่าเชื่อว่าสาวที่ดูสุภาพเป็นผู้ดีอย่างปริษาจะเอ่ยคำพูดเหล่านั้นได้ ซึ่งมันก็สร้างความเร้าใจให้กับเขามากขึ้นเป็นทวีคูณ อาจารย์หนุ่มยังคงชักนำความหนุ่มแน่นเดินทางรุดหน้าถอยหลังโดยไม่ฟังเสียง รสขาติเส้นทางอันคับแคบของปริษา ตลอดจนคำดุด่าของเธอสร้างความตื่นเต้นให้อาจารย์หนุ่มอย่างเหลือคณา

มันคล้ายกับการข่มขืนผู้หญิง การหาความสุขกับผู้หญิงในขณะที่หล่อนพยายามต่อต้านทุกวิถีทาง คือสี่งที่อาจารย์หนุ่มไม่เคยรู้จักมาก่อน

จวบจนความสุขเอ่อล้นขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุดของขอบทำนบ เขาจึงยุติการเขยื้อนขยับชั่วคราว และเมื่อมันเหือดหายไปบ้างจึงเริ่มโหมจังหวะใหม่ ช่วงแรกจะเปลี่ยนทำนองให้เชื่องช้าเนิบนาบถอนกลับจนสุดตัว ก่อนจะรุกใหม่เต็มเหยียด

ระหว่างนั้นคำสบถก่นด้ายับมีให้ได้ยินไม่ขาดสาย แต่ถึงช่วงนั้นอาจารย์หนุ่มก็สังเกตว่า แม้ปากของปริษาจะก่นด่า แต่หญิงสาวกลับยกสะโพกขึ้นโต้ตอบการกระแทกของอาจารย์หนุ่มอย่างไม่รู้ตัว

ช่วงเวลาไม่นาน จังหวะการเคลื่อนไหวระหว่างทั้งคู่ก็สอดประสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ธวัชชัยรู้ว่าสถานการณ์มันเลยเถิดไปถึงขนาดกู่ไม่กลับแล้ว จึงได้แต่ตะกุกตะกักว่า
“ผมไม่สนใจ ถ้าต้องตายเพื่อพี่ปา ผมก็ยอม...เร็วเข้า...”

ท่อนเอ็นของอาจารย์หนุ่มเดินทางบุกเบิกเสียดสีผนังเข้าไปข้างหน้า ปริษากลั้นใจนิ่ง และพอเขาถอนกลับ ปริษาก็อ้าปากหอบหายใจ ขณะเดียวกันบั้นท้ายก็ยกขึ้นตอบโต้การรุกไล่ของเขาตลอดเวลา

อาจารย์หนุ่มส่งยิ้มให้ ปริษาก็จ้องสบตาด้วยความโกรธแว่บหนึ่ง แต่เพียงแวบเดียวเท่านั้น เพราะสถานการณ์เช่นนี้อยู่เหนือความควบคุมของหญิงสาวไปแล้ว

“อืมมมม...อูววววว.....”

เสียงครวญครางเริ่มดังเล็ดลอดจากริมฝีปากของหญิงสาว สะโพกผายส่ายคลอนอย่างไม่อาจระงับยั้ง ธวัชชัยโหมจังหวะรุกไล่อย่างดุเดือด ขณะเดียวกันก็ปล่อยมือของปริษาให้เป็นอิสระ ซึ่งปริษาก็กระหวัดขึ้นรัดรอบคออาจารย์หนุ่มอย่างลืมตัว

ในที่สุด อาจารย์หนุ่มก็พิชิต สาวแสนงามอย่างปริษาได้สำเร็จ

อีกชั่วครู่ต่อมา ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะปั่นป่วนรัญจวนใจ ความสุขก็กระจายไปทั่วร่างสั่นระริกของหญิงสาว เช่นเดียวกับอาจารย์ธวัชชัยซึ่งฉวยโอกาสนั้นปลดปล่อยหยาดแห่งความสุขตัวเอง ให้กระเซ็นไปบ้าง

จวบจนคลื่นแห่งความสุขสุดยอดระลอกสุดท้ายโถมทับเข้ามา จวบจนร่างงามนอนอย่างอ่อนระทวยหงายเหยียดยาวบนเตียง ยกท่อนแขนข้างหนึ่งขึ้นปิดป้องใบหน้า ริมฝีปากแดงเรื่อซึ่งเมื่อครู่ก่นอ่าอาจารย์หนุ่มจนยับเยิน บัดนี้กลับปิดเงียบ นอนร้องไห้สะอึกสะอื้น... อาจารย์หนุ่มจึงลุกขึ้นแต่งเนื้อแต่งตัว

เมื่อชาคริตอ่านจดหมายจากทางบ้านจบ เขาก็อดยิ้มไม่ได้ เขาอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนจะพับและสอดใส่ลงในกระเป๋ากางเกงเตือนตัวเองว่า ต้องกลับไปบ้านในครั้งนี้ เขายกมือขึ้นเสยผม

แป๊น แป๊น ...

เสียงแตรรถดังกังวานขึ้นทางเบื้องซ้ายมือ ปลุกให้เขาตื่นขึ้นจากภวังค์เข้าสู่สภาวะปัจจุบัน รถสปอร์ตคันหนึ่งเทียบเข้ามาใกล้ แพมลูกพี่ลูกน้องของเขาอยู่เบื้องหลังพวงมาลัย อยู่ในชุดเทนนิสสีขาว มีผ้าคาดสีขาวทาบอยู่กับเรือนผม เสริมใบหน้ารูปใข่ให้ดูเด่นสะดุดตาขึ้น เลือดร้อนๆ ฉีดซ่านไปทั่วเรือนกาย ขณะที่ชาคริตเดินตรงเข้ามาหา
“กระโดดขึ้นมาเลย” เธอบอกพร้อมกับรอยยิ้มที่กระจายอยู่ทั่วใบหน้า

ชาคริตเลื่อนตัวเข้ามประตูเข้าไปนั่งเคียงข้างเธอในรถคันนั้นด้วยท่าทางของ นักกรีฑา และแล้ว รถสปอร์ทก็เคลื่อนออกจากแนวทางโค้งเข้าสู่แนวถนนในบริเวณมหาวิทยาลัย ชาคริตพินิจเสี้ยวหน้าด้านข้างอันสมบูรณ์แบบของเธอ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
“รู้สึกกำลังใจลอยเชียวนะ ตอนที่พี่ขับรถเข้าไปใกล้น่ะ” คำพูดของแพมเหมือนจะเหน็บแนมกับการที่เขาไม่ได้สังเกตเห็นเธอมาก่อน จนเมื่อเธอกดแตรเรียกขึ้น
“คือผมกำลังคิดอยู่ว่าสมควรจะตัดผมได้แล้วหรือยังเท่านั้นละ”
แพมปรายตามองดูเรือนผมสีดำของเขาซึ่งบัดนี้ลูกสายลมเป่าจนออกจะยุ่งเหยิง
“เอ๊ะ แต่พี่ว่ายาวขนาดนี้มันก็เข้าท่าดีนี่”
ชาคริตกำลังหมกมุ่นอยู่กับความสั้นของขอบกางเกง และท่อนขาที่เพรียวงามของเธออยู่
“วันนี้มีนัดเล่นเทนนิสหรือ” ชาคริตลองเดา ขณะเดียวกันก็สังเกตเห็นความสดชื่นในเรือนกายเธออยู่
“เป้กับพี่จะลงเล่นคู่ชายหญิงตอน 4 โมงเย็น” แพมตอบความเป็นตัวเองแฝงอยู่ในน้ำเสียง “แล้วโจ้ล่ะ จะไปไหน ห้องสมุดหรือว่าจะกลับบ้าน”
“ห้องสมุดครับ” ชาคริตขยับสมุดบันทึกที่วางอยู่บนตัก สายตาเพ่งมองไปข้างหน้ามิได้แสดงปฏิกิริยากับการยอมรับว่า แพมมีนัดเล่นเทนนิสแล้ว...กับผู้ชายคนอื่น
“ดีเลย....พี่กำลังจะไปยืมหนังสืออยู่พอดี” แพมเอ่ยเบาๆ ก่อนจะถามต่อ “รถไปไหน”
“เช็คสี่หมื่นกิโลอยู่ครับ” เขาตอบเรียบๆ

ชาคริตแอบหลงรักลูกพี่ลูกน้องแสนสวยคนนี้มานานแล้ว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาไม่ได้เป็นไปในแบบที่เขาคิด ตั้งแต่ที่ชาคริตเริ่มรู้จักความรัก เขาก็เห็นพี่แพมมีแฟนมาแล้วหลายๆคน เธอนัดพบกับผู้ชายไปเรื่อยๆ เปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้ากัน จนกระทั่งเธอก้าวเข้ามหาวิทยาลัย ก็ยิ่งมีชื่อเสียงขจรขจายมากขึ้น การนัดหมายกับเธอก็คือรางวัลอันยิ่งใหญ่สำหรับพวกผู้ชายที่จะโอ้อวดกันมาก ขึ้น ชาคริตได้แต่ถอนตัวดูอยู่ห่างๆ เพราะนับคู่ต่อสู้ที่เขาเผชิญหน้าไม่หวาดไม่ไหว บางคนผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเลย ซึ่งเป็นประเภทที่มีจุดหมายแอบแฝงในตัวสาวงาม ต่อเมื่อเธอหันมาคบกับอาจารย์ธวัชชัย ก็ทำให้พวกเด็กนักศึกษาต้องถอนตัวออกไป ชาคริตสังเกตเห็นแพมดูจะมีความรักจริงจังมากขึ้น จวบจนกระทั่งมาเกิดเรื่องตบตีขึ้น ทำให้เขาแอบมีความหวังเล็กๆว่าจะกลับมาทีให้สาวสวยคนนี้มาไยดีด้วย

รถจอดลงที่มุมที่ว่างอยู่ใต้ต้นไม้ด้านหลังห้องสมุดมหาวิทยาลัยซึ่งขณะนี้ ว่างเปล่าปราศจากผู้คน และแทนที่ชาคริตจะเอื้อมไปเปิดประตูรถ ชาคริตก็หันมาหาทางนักศึกษาสาวรุ่นพี่อีกครั้ง
“ผมรู้ข่าวเรื่องพี่แพมกับน้องแนนแล้ว ผมเสียใจด้วย”
แพมหันมามองหน้าเขา หน้าแดงนิดๆเมื่อคิดว่าเขาคงจะนึกภาพเธอเปลื้องผ้าตบกับสาวแนน
“อ้อ เรื่องนั้นหรือ อย่าไปพูดถึงเลยพี่ลืมไปหมดแล้ว... ลงรถเถอะ” สาวสวยเอ่ย
“อย่าเพิ่งครับ ผมยังอยากจะคุยกับพี่”
แพมทำหน้าสงสัย
“มีอะไรหรือ”
“เรื่องของอาจารย์ธวัชชัยน่ะ ผมรู้ว่าพี่แพมคงจะเสียใจมาก”
เมื่อเห็นเธอนิ่งเงียบเขาจึงเอ่ยต่อ
“อาจารย์ธวัชชัยไม่ควรทำกับพี่อย่างนี้ ผมโกรธแทนพี่จริงๆ..”
“ขอบใจนะโจ้ แต่เธอไม่ต้องมาเสียใจแทนพี่หรอก บอกตามตรงว่าตอนแรกพี่ก็เสียใจมากที่อาจารย์ธวัชชัยไม่ได้เป็นอย่างที่พิ่ คิด แต่ตอนนี้พี่รู้แล้ว และพี่ก็ตัดสินแล้วด้วย” หญิงสาวตอบ
“ตัดสินใจอะไรหรือครับ” ชาคริตถามด้วยความแปลกใจ เขาจ้องมองดวงตาของแพมเพื่อค้นหาความในใจที่แท้จริงของสาวสวย แต่ก็ไม่พบวี่แววแห่งความเสียใจ
“พี่ก็สนุกสนานกับชีวิตไปเรื่อยๆน่ะซิ” มันเป็นคำตอบที่เธอใช้มาอย่างชาชิน
ชาคริตหัวเราะเจื่อนๆ ตอนแรกเขาคาดว่าเธอคงจะเสียใจอย่างมากมายแต่ผิดถนัด สาวแพมดูจะเป็นผู้หญิงที่แกร่งและมั่นใจในตัวเองมากกว่าที่เขาคิด
“พี่ไม่ได้รักอาจารย์ธวัชชัยหรือ” เขาอดไม่ได้ที่จะต้องถาม
“เคยรัก” เธอตอบแล้วเปล่งเสียงหัวเราะสดใสกังวานราวกับเสียงดนตรี “แต่เมื่อเขาไม่ซื่อตรงต่อพี่ก็จบเกมส์ พี่อาจจะเสียใจบ้าง แต่จะให้จมอยู่ในความทุกข์สามวันห้าวันละก็คงไม่ใช่พี่แน่ๆ”
แพมตอบพลางเปิดประตูรถก้าวลงมา ชาคริตรีบลงจากรถแล้วเดินเข้าไปหาเธอ
“ไปห้องสมุดกันดีกว่า อย่าเสียเวลาคุยเรื่องไร้สาระนี้เลย” สาวสวยเอ่ย

แต่เมื่อเธอทำท่าจะหันเดินจากไป อ้อมแขนของชาคริตก็ตระหวัดร่างบางๆของแพมเข้ามาแนบตัว ประทับริมฝีปากลงด้วยจุมพิตอันหนักหน่วง หญิงสาวเอนหน้าหลบทำให้ลำตัวและสะโพกแนบเข้าหาท่อนขาส่วนกลางของเขา

แรงแห่งความใคร่ที่ถูกเก็บกดมานานทำให้ชาคริตไม่แยแสกับแรงผลักของฝ่ามือ เล็กๆคู่นั้น มีแต่ความละมุนละไมจากเนินทรวงกลมกลึงที่ถูกรั้งเข้ามาหาแผ่นอกของเขา ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้อย่างล้นเหลือ ความหวานปานน้ำผึ้งจากริมฝีปากของแพมทำให้เขาไม่อาจตัดใจถอนจากริมฝีปากของ เธอได้

ชาคริตรู้ว่าเขากำลังล่วงเกินลูกพี่ลูกน้องคนสวยมากเกินกว่าที่หญิงสาวจะ ตั้งตัวได้ แต่เขามั่นใจว่ารสจูบของเขาจะทำให้สาวสวยปรารถนาในสิ่งเดียวกันกับเขาได้ ในที่สุดอุ้งมือของเขาก็แระชับเกาะกุมอยู่ที่แก้มก้นของนักศึกษาสาว ทรวงอกอวบหยุ่นของเธอแนบอยู่กับแผงอกของเขา เน้นริมฝีปากอยู่กับติ่งหู และซอนไซร้อยู่กับความละมุนของช่วงลำคอ ขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงเสียงทักท้วงของเธออยู่ในลำคอ

ฝ่ามือของเธอยกขึ้นปิดปากเพื่อผลักใบหน้าที่โน้มลงจุมพิตให้ห่างออกไป ชาคริตเอื้อมมือขึ้นปลดลงอย่างหงุดหงิด แพมแหงนหน้าจ้องมองดูญาติผู้น้องของเธออย่างเดือดดาล แววตาของเธอคมเข้มและแฝงแววเด็ดเดี่ยวอย่างแปลกประหลาด
“พี่เห็นแก่ที่เธอเป็นญาติผู้น้องจะไม่เอาเรื่อง แต่เธอต้องเลิกทำในสิ่งที่กำลังจะทำอยู่นี่ก่อนที่จะถลำไปไกลกว่านี้” สาวสวยพูดด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาด
“พี่แพม” เขาร้องด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ผมรักพี่นะ”
แต่แพมไม่ยอมใจอ่อนด้วย
“พี่ไม่ได้ให้เธอติดรถมา เพื่อจะให้ตัวเองถูกข่มขืนแน่” ฝ่ามือของเธอยันอกเขาไว้ สกัดกั้นไม่ให้เข้าใกล้

ชาคริตผงะ สติกลับมาอยู่กับตัว แพมทำให้เขามีความรู้สึกเหมือนกับเป็นสัตว์ที่ร่านราคะ พร้อมที่จะบดขยี้เธอด้วยสันดานดิบ เขาโกรธตัวเองที่ยอมให้อารมณ์เช่นนั้นเข้าครอบงำจิตใจ
“ผมขอโทษ” เขาปล่อยมือจากเธอ ยกขึ้นลูบต้นคอ “พี่พูดถูก ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอย่างนี้เลย”
“โจ้” เธอเอื้อมมือมาแตะแขนเบาๆ ความอ่อนโยนในน้ำเสียง กลิ่นกรุ่นจากเรือนผมเกือบจะทำให้เขาครางออกมาดังๆ
“พี่ไม่ได้โกรธโจ้หรอกนะ ถ้าพูดกันจริงๆละก็” แววขำขันเจืออยู่ในน้ำเสียง “พี่เพียงแต่อาจจะเสียใจเท่านั้น พี่รู้ว่าผู้ชายทุกคนเป็นยังไงเมื่ออยู่ใกล้ๆพี่ มันไม่ใช่ความผิดของโจ้หรอก”
คำพูดของเธอยิ่งทำให้เขานึกด่าตัวเองอยู่ในใจ เมื่อเบือนหน้ากลับมามองเธอ ชาคริตก็อดที่จะหวั่นไหวกับความงามอันเหลือเชื่อของแพมไม่ได้ ความถวิลหาอาวรณ์ที่ซ่อนอยู่แผ่ซ่านไปทั่วเรือนกาย ยามนี้เป็นความรู้สึกสแยงใจโดยแท้
“ไปกันเถอะ” เธอหันมาพยักเพยิดบอกเขา
“พี่แพมไปก่อนเถอะครับ ผมขออยู่คนเดียวครู่หนึ่ง”
“งั้นก็ได้ อย่าคิดมากล่ะ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะว่าเธอแรงไป”
แพมส่งยี้มให้ก่อนจะหันหลังเดิน ฉับ ฉับ ออกไป


..............................................



“ถึงกับตาค้างเลยหรือเพื่อน”
ชาคริตสะดุ้ง เมื่อมีมือมาตบบ่าของเขา
“อ้าว ไอ้จิ” เขาอุทานเมื่อเห็นว่าคนตบบ่าเขาเป็นใคร
“เธอสวยสุดยอดเลยใช่ไหม” จิรพนธ์ถาม
“พี่แพมเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบที่สุด” เขาตอบเบาๆ
“ขนาดนั้นเลยหรือวะ แล้วทำไมอาจารย์ธวัชชัยถึงปล่อยให้หลุดมือได้เล่า”
ชาคริตรู้สึกไม่ชอบในน้ำเสียงของเพื่อน จึงหันหลังทำท่าจะเดินหนีไป แต่จิรพนธ์รีบเดินตามไปข้างๆ
“มึงอยากได้พี่แพมมั้ยล่ะ กูช่วยได้”
ชาคริตหยุด
จิรพนธ์หัวเราะเบาๆ กล่าวต่อ
“กูช่วยให้มึงฟันพี่แพมได้ มึงอยากได้มั้ย”
“ยังไง”
“เอาเถอะ แล้วกูจะบอกให้ ไปคุยกันในโรงอาหารดีกว่า กูหิวแล้ว”
จิรพนธ์พูด
ชาคริตนิ่งไปสักพักก็พยักหน้า แล้วสองหนุ่มก็พากันเดินไปทางโรงอาหาร

..............................................

หลง #16 แผนกำราบดาวมหาลัย 2

ในช่วงบ่าย หลังจากน้องแนนเรียนเสร็จก็ก้าวออกมาจากห้อง ขณะเดินลงมาที่หน้าอาคารเรียน จิรพนธ์ก็เข้าไปขวางหน้าเธอไว้ น้องแนนสะดุ้งนิดๆ ขณะที่จิรพนธ์พาเธอเข้าไปในเวิ้งสำหรับนั่งเล่นเล็กๆ ใต้ราวบันได

“พี่จิ พาแนนมาตรงนี้ทำไมคะ” เธอถามเขาอย่างหวาดๆ
“พี่อยากจะคุยกับน้อแนนสัก 5 นาที โดยไม่ต้องมีใครเข้ามาขัดจังหวะน่ะซิ” เขาตอบยิ้มๆ จ้องมองเธอ ความน่ารักของน้องแนนปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาของเขาขึ้นมานิดๆ
“อย่าบอกนะคะ ว่าจะชวนแนนไปปาร์ตี้อีก แนนไม่เอาแล้วนะพี่จิ” หญิงสาวตอบอย่างหวาดระแวง นึกถึงเหตุการณ์วันนั้นแล้วยังเสียวสยองไม่หาย
“พี่มีอะไรจะให้น้องแนนช่วยหน่อย”
“อะไรคะ”
“นั่งลงก่อนซิ”

ม้ายาวที่นั่งออกจะแข็งเกินกว่าจะนั่งให้สบายได้ แต่มันก็เป็นที่เดียวที่มีอยู่ น้องแนนนั่งอยู่ตรงมุมของมันหันหน้ามาเผชิญกับเขา ซึ่งลักษณะการนั่งเช่นนี้ทำให้จิรพนธ์ไม่อาจเข้าใกล้ตัวได้ มีแต่หัวเข่าเท่านั้นที่ชนกันยามที่จิรพนธ์เอนร่างเข้าไปหา

“เกี่ยวกับพี่แพมน่ะ ถ้าน้องแนนช่วยพี่นะ พี่จะให้รางวัลน้องแนนอย่างงามเลย สนใจมั้ย”
น้องแนนตาลุกวาว แต่ยังคงถามเขาด้วยความสงสัย
“แนนจะช่วยอะไรพี่จิได้คะ พี่จิก็รู้ว่าพี่แพมกับแนนน่ะมีเรื่องกัน จะเข้าหน้ายังไม่ติดเลย”
“พี่มีแผนละกัน ขอเพียงน้องแนนโอเคละก็ไม่ยาก ตกลงใช่มั้ยล่ะ”
น้องแนนยังอ้ำอึ้งอยู่ หญิงสาวไม่ค่อยจะไว้ใจเขานัก ทำให้จิรพนธ์ต้องเกลี้ยกล่อมต่อ
“คิดดูซิ น้องแนนจะได้แก้แค้นพี่แพมให้สะใจ แถมยังได้ตังด้วย ว่าไงล่ะ”
“พี่จิพอจะบอกแนนก่อนได้มั้ยคะว่าจะให้แนนช่วยอะไร”

จิรพนธ์เอื้อมมือไปทาบอยู่กับที่นั่งใกล้สะโพกของนักศึกษาสาว แสงไฟส่องประกายต้องอยู่บนเรือนผมดำขลับ แทบจะอดใจไม่ไหวที่จะประทับจูบไปบนริมฝีปากสีแดงสดมันเลื่อมราวจะเชิญชวนเขา อยู่ตลอดเวลา

“คือ...เอ้อ...พี่พูดตามตรงเลยละกัน...พวกพี่ๆอยากจะฟันพี่แพมน่ะ เลยอยากขอให้น้องแนนช่วย... น้องแนนอยากแก้แค้นพี่แพมไม่ใช่หรือ นี่เป็นโอกาสดีแล้ว”
“พี่จิ” น้องแนนอุทาน “พี่จิก็รู้ว่าแนนถูกคาดโทษไว้ ถ้ามีเรื่องอีกคราวนี้แนนถูกไล่ออกแน่ แถมดีไม่ดีจะติดคุกอีก ไม่เอาดีกว่า”
“เฮ้ย..! พี่จะให้น้องแนนเดือดร้อนได้ไง รับรองว่าพี่มีวิธีจัดการน่า รับรองว่าไม่เพียงแต่พี่แพมจะไม่เอาเรื่องเท่านั้น แต่จะยอมทำทุกอย่างที่น้องแนนสั่งด้วย รับรองน้องแนนจะได้แก้แค้นแบบสะใจจริงๆ” จิรพนธ์จ้องลึกไปในดวงตาเธอ เขาสังเกตุเห็นแววของความตื่นเต้นฉายวับในนั้น
“พี่จิแน่ใจนะคะ” น้องแนนถามกลับ แสดงถึงความสนใจในข้อเสนอของเขาอย่างแท้จริง
เสียงหัวเราะดังก้องออกมาจากปากของจิรพนธ์ เขาวางมือลงบนเข่าอันกลมมน ซึ่งซ่อนอยู่ในกระโปรงนักศึกษาสีดำของเธอ
“ไปหาที่คุยกันเงียบๆดีกว่า เราจะได้คุยกันอย่างละเอียด”
หญิงสาวนั่งนิ่งเหมือนจะครุ่นคิด จิรพนธ์รีบล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตรมาปึกหนึ่ง แล้วส่งให้น้องแนน
“เอ้า นี่ พี่แสดงความจริงใจก่อนเลย นี่เป็นมัดจำ... ถ้างานเสร็จจะได้มากกว่านี้อีกหลายเท่า.... คราวนี้ เชื่อใจพี่รึยัง”
น้องแนนตาลุกวาว หมดความลังเลในทันที หญิงสาวรีบยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะรับเงินจากเขามา
“ตกลงค่ะพี่จิ แนนเชื่อแล้ว”

และแล้ว หญิงสาวก็ลุกขึ้นยืนโดยมีจิรพนธ์ลุกตามติดๆ กลิ่นน้ำหอมจากเรือนกายของเธออบอวลเย้ายวนใจเขา ปลุกประสาททุกส่วนให้ตื่นขึ้น เขาโอบเอวอ้อนแอ้นของเธอไว้ซึ่ง น้องแนนก็ไม่ได้ปัดป้องแต่ประการใด แถมยังยิ้มหวานให้อีกด้วย ซึ่งทำให้จิรพนธ์เกือบจะร้องครางออกมาดังๆ
“น้องแนนสวยเหลือเกิน พี่จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ไปหาที่คุยกันเงียบๆสองคนดีกว่า”
หญิงสาวพยักหน้า รอยยิ้มพริ้มพรายเหมือนแมวเปอร์เซียนดูยั่วยวนใจนัก ทำให้เขาอดใจไม่ไหวที่จะดึงร่างเธอเข้ามาหา เนินทรวงอวบๆเสียดสีอยู่กับแขนเสื้อ สาวน้อยปล่อยใจให้ลอยล่องไปกับจุมพิตอันดื่มด่ำของชายหนุ่ม

“ไปคุยกันที่คอนโดพี่ดีกว่านะ”
“ที่ไหนก็ได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงหวานฉ่ำ เมื่อคิดถึงบทรักดิบๆเถื่อนที่เคยได้รับ ก็ทำให้ไฟตัณหาของหญิงสาวลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง... ตอนนี้เธอไม่สนใจอาจารย์ธวัชชัยแล้ว อยู่กับเขาไม่เคยได้อะไร แต่มาคบกับพวกรุ่นพี่แบบจิรพนธ์ไม่เพียงแต่จะได้ความมันส์ที่จะใจกว่าเท่า นั้น แถมมีเงินใช้อย่างสุขสบายอีกด้วย... ยิ่งเมื่อได้จินตนาการถึงภาพ ของพี่แพม สาวคู่แข่งที่เย่อหยิ่ง ชอบทำเป็นเลิศหรู จะต้องโดนรุมกระหน่ำแล้ว..... โอย มันสะใจเหลือเกิน. ..

. .........................

หลง #17 แผนกำราบดาวมหาลัย บทที่ 3

“สวัสดีค่ะพี่แพม”
“เอ๊ะ” สาวแพมอุทานอย่างแปลกใจ เมื่อพบว่าสาวน้อยที่เข้ามาทักเธอคือน้องแนนคู่กัดตัวแสบ สาวสวยไม่ทักตอบ ทำท่าจะเดินเลี่ยงไปเพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่สาวแนนก็ดึงมือเธอไว้
“เดี๋ยวซิคะพี่แพม แนนมีเรื่องจะคุยด้วย”
แพมขมวดคิ้ว
“เรื่องอะไรแนน ถ้าเรื่องอาจารย์ธวัชชัย พี่ไม่คุยด้วยแล้วนะ พี่ไม่อยากทะเลาะกับเราอีก”
“โธ่ พี่แพม ก็เรื่องนี้น่ะแหละ คือ แนนอยากจะปรับความเข้าใจกับพี่น่ะค่ะ... ตั้งแต่เกิดเรื่องแพมไม่สบายใจเลย แพมรู้ตัวว่าทำผิดไป เลยตั้งใจจะมาขอโทษพี่แพมด้วย”

แพมมองนักศึกษารุ่นน้องอย่างแปลกใจ เป็นครั้งแรกที่น้องแนนพูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับเธอ ท่าทีของแนนทำให้แพมใจอ่อน
“ไม่ต้องขอโทษพี่หรอกแนน พี่ก็ผิดด้วยเหมือนกัน เราไม่ควรทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้เลย”
แนนยิ้มหวาน
“จะเที่ยงแล้ว เราไปหาอะไรกินกันก่อนดีมั้ยคะ แนนจะเลี้ยงพี่แพมเอง”
“เอาไว้วันหลังดีกว่า พี่ต้องรีบไป ตอนบ่ายพี่ต้องไปตีเทนนิส นัดกับเพื่อนไว้แล้ว”

แนนทำตาแดงทำท่าจะร้องไห้
“โธ่ พี่แพมยังโกรธแนนอยู่ใช่มั้ยล่ะ ถึงไม่ยอมไปกินข้าวกับแนน พี่ต้องไม่หายโกรธแนนแน่ๆเลย”
“เปล่า พี่มีนัดจริงๆนะแนน” หญิงสาวรีบร้องขึ้น แต่แล้วก็ต้องเอ่ยต่ออย่างจนปัญญา เมื่อเห็นสาวแนนทำท่าจะร้องไห้จริงๆ “เอาละ ไปกินกันก่อนก็ได้ แต่พี่อยู่นานไม่ได้นะ”
“ค่ะพี่แพม ไม่นานหรอกค่ะ พี่แพมนี่น่ารักจริงจิ๊ง” น้องแนนออดอ้อน พลางคล้องแขนสาวแพมไว้ทันที
สาวสวยหน้าแดง อยากจะดึงแขนออก แต่ก็กลัวเด็กสาวจะน้อยใจอีก จำต้องปล่อยให้สาวแนนพาตรงไปยังโรงอาหารของมหาวิทยาลัย

. ..........................

ระหว่างที่สองสาวกินข้าวกันอยู่นั้น น้องแนนก็ชวนสาวแพมคุยอย่างสนิทสนม ทั้งคู่สนทนากันอย่างถูกคอราวกับไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน โดยเฉพาะสาวแนนนั้นพูดออดอ้อนเอาใจนักศึกษารุ่นพี่ตลอดเวลา ทำให้สาวแพมหมดความหวาดระแวงและรู้สึกดีกับสาวรุ่นน้องอย่างจริงใจ

“พี่แพมคะ แนนอยากจะคุยกับพี่เรื่องอาจารย์ธวัชชัยน่ะค่ะ”
“ทำไมหรอ”
“แนนตัดสินใจแล้วค่ะ ว่าแนนจะไม่ยุ่งกับอาจารย์อีกแล้ว ถ้าอาจารย์เค้าชอบพี่แพม แนนก็จะขอตัดใจเอง”
“แนน..!” แพมอุทานอย่างตื้นตันใจ ตังแต่เกิดเรื่องหญิงสาวเข้าใจตลอดมา ว่าสาวแนนทั้งรักทั้งหลงอาจารย์ธวัชชัย เมื่อเห็นเด็กสาวพูดอย่างนั้นก็รู้สึกสงสารเป็นอย่างยิ่ง รีบพูดต่อว่า
“แนน พี่กำลังจะบอกกับแนนเหมือนกันว่า พี่น่ะตัดสินใจเลิกกับอาจารย์ธวัชชัยเด็ดขาดแล้ว แนนไม่จะเป็นต้องทำอย่างนี้เลย พี่รู้ว่าแนนรักอาจารย์มาก ใข่มั้ย”
“จริงหรือคะ พี่แพมพูดจริงหรือคะนี่”
“จริงซิ”
“หรือพี่แพม มีปิ๊งกับคนอื่นแล้ว” เด็กสาวถาม
สาวแพมหัวเราะเบาๆ
“ก็ยังไม่มีแบบจริงๆจังๆหรอกน่ะ พี่ก็จะดูไปเรื่อยๆก่อน ไม่อยากผิดหวังอีก”
“จริงซิ พี่แพมทั้งสวยทั้งรวย มีคนมาให้เลือกตั้งเยอะ จะรีบไปทำไม”
สาวสวยหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อได้ยินรุ่นน้องชม หญิงสาวยกนาฬิกาขึ้นดูแล้วก็เอ่ยขึ้น
“จะบ่ายแล้ว พี่คงต้องขอตัวก่อนนะแนน ไว้คุยกันวันหลังนะ”
“เดี๋ยวค่ะ พี่แพม แนนมีอีกเรื่องค่ะ”
“เรื่องอะไร”
“คือพี่จิเค้าจัดงานปาร์ตี้ฉลองกันเล็กๆน้อยวันศุกร์นี้ เห็นพี่จิเค้าคุยว่า งานนี้มีเซอไพรซ์ด้วยนะ เพราะเค้าเชิญหมอดูชื่อดังมาด้วย พี่แกโม้ว่าทายแม๊นแม่น เราไปงานกันนะคะ จะได้ให้เค้าทายให้พี่แนนด้วยเผื่อจะรู้ว่าเนื้อคู่ของพี่แพมเป็นใครกันแน่”
สาวแพมหัวเราะเสียงใส
“โม้แน่ๆ แนนเชื่อเรื่องนี้ด้วยหรือ”
“ก็นิดหน่อยค่ะ แต่หมอคนนี้น่าเชื่อถือจริงๆนะคะพี่แพม พี่จิบอกว่าแกไปเรียนวิชานี้มาจากเขมรเชียวนะคะ”
“อืมมม ก็น่าสนใจนะ” หญิงสาวชักจะคล้อยตาม เพราะเคยได้ยินมานานแล้วว่า พวกเขมรนั้นมักจะมีวิชาแปลกๆ
“ตกลงไปนะคะพี่แพม แนนจะได้มีเพื่อน ไม่อยากเป็นผู้หญิงไปคนเดียว”
“ไว้นัดกันอีกทีละกัน ตอนนี้พี่ต้องไปแล้ว”
“ค่ะ แล้วคืนนี้แนนจะโทรไปหาพี่แพมนะ”
“จ้ะ”
แนนยิ้มหวาน ท่าทีของแพมนั้นบอกชัดว่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
“ทำเป็นเลิศ มีคนรุมจีบเยอะหรือ งานนี้มึงโดนเละแน่” สาวแสบเจ้ามารยาดาราตุ๊กตาทองนึกกระหยิ่มอยู่ในใจ....

. ..........................

“เฮ้ย ไอ้จิ บอกตามตรงว่ากูลังเลว่ะ กูไม่ต้องการแบบนี้เลยจริงๆ” ชาคริตเอ่ยกับเพื่อนอย่างไม่สบายใจ
“โธ่ มึงจะคิดมากไปทำไมวะ ไอ้ห่าเอ๊ย มึงลองคิดดู พี่แพมน่ะผู้ชายรุมจีบกันเป็นฝูง... ไม่ใช่กูดูถูกมึงนะโว๊ย แต่โอกาสของมึงมันไม่มีเลยว่ะ ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ แห้วแน่ๆ”
“จริงค่ะพี่โจ้” แนนกล่าวเสริม “พี่แพมน่ะมีคนมาจีบเยอะ แนนบอกตรงๆ ถ้าเป็นแนนก็จะเลือกแบบหล่อๆรวยๆไว้ก่อนเหมือนกัน”
“อ้อยจะเข้าปากช้างแล้ว ถ้าคลายก็โง่ล่ะวะ มึงอย่าไปคิดเรื่องความรักลมๆแล้งๆเลย ได้ตัวก่อนเรื่องอื่นว่ากันทีหลัง”
“จริงค่ะ พิ่จิพูดถูก” แนนพยักหน้าสนับสนุน
ชาคริตยังลังเล
“ถึงยังไงวันศุกร์นี้พี่แพมก็ไม่รอดแน่ๆ พวกกูเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว หมอจัน น่ะของจริงนะโว๊ย งานนี้มึงเห็นดาวคณะร่านสุดๆแน่ๆ..... อูย.... แค่คิดกูก็เสียวแล้วว่ะ”
“นั่นดิ ขนาดแนนเองยังอยากเห็นเลย พี่โจ้ไม่ต้องคิดมากแล้ว เป็นผู้ชายอะไรปอดยิ่งกว่าผู้หญิง น่าขายหน้าจริงๆ”
“เอาก็เอาโว๊ย” ชาคริตพูดออกมาดังๆ นึกถึงใบหน้าที่แสนหวานของญาติผู้พี่ ก็สุดจะอดใจไหวไว้เหมือนกัน จริงของไอ้จิ ไม่ว่าเขาจะตกลงหรือไม่ พี่แพมก็ไม่รอดพวกมันอยู่แล้ว ไหนๆเรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว
เอาไงเอากันวะ....ชายหนุ่มคิดในใจ

. ..........................

หลง #18 แผนกำราบดาวมหาลัย บทที่ 4

รถสปอร์ทของสาวแพมวิ่งเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าคฤหาสน์หลังงามที่น้องแนนเคยโดนหลอกมาเชือดเมื่อไม่กี่วันก่อน
“ทำไมเงียบจังเลยล่ะแนน” แพมเอ่ยถามอย่างแปลกใจ “ไม่เหมือนจะมีงานปาร์ตี้เลย”
“อืมม ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะพี่แพม หรือจะเกี่ยวกับหมอดูคะ”
“พี่ว่า เรากลับดีกว่ามั้ง ดูไม่ค่อยดีเลย” แพมพูดอย่างหวาดๆ
แนนหัวเราะคิก
“พี่แพมกลัวใช่มั้ยเนี่ย หมอจันแกเป็นหมอดูนะคะไม่ใช่หมอผี ไปกันเถอะค่ะ”
สาวแพมหน้าแดง สาวสวยเป็นคนกลัวผีจริงๆด้วย แต่พอโดนน้องแนนล้อก็อายไม่กล้ายอมรับ ถอนใจเบาๆ ขับรถไปจอดตรงที่จอดรถก่อนจะบิดกุญแจรถดับเครื่องแล้วเปิดประตูก้าวลงมา หลังจากล็อครถเรียบร้อยทั้งสองสาวก็พากันเดินไปยังคฤหาสน์

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ทั้งคู่ก็เห็นภายในนั้นค่อนข้างจะมืดผิดปกติเพราไม่ได้เปิดไฟไว้เลย ภายในมีผู้ชายนั่งกันอยู่เก้าคน มุมหนึ่งของห้องมีชายสวมชุดขาว นั่งอยู่หน้าแท่นบูชาอะไรสักอย่าง มีเทียนจุดสว่างรำไรอยู่สองเล่ม แพมรู้สึกบรรยากาศในห้องเงียบสงบและดูน่ากลัวอย่างประหลาด เสียงแอร์ครางกระหึ่มเบาๆทำให้บรรยากาศหนาวเย็นจนเธอถึงกับขนลุกซู่มาอย่าง ไม่รู้ตัว นึกอยากจะกลับในทันที แม้แต่สาวแนนเองก็รู้สึกหวาดหวั่นอยู่นิดๆ..

คนในห้องยกเว้นชายชุดขาวต่างหันมามองสองสาวเป็นตาเดียว แพมเห็นหนึ่งในนั้นคือชาคริตลูกพี่ลูกน้องของเธอนั่งอยู่ด้วยก็ใจชื้นขึ้น ชาคริตส่งยิ้มให้แล้วพยักเพยิดเป็นเชิงให้เธอเข้าไปนั่งด้วย แพมจึงเดินนำน้องแนนเข้าไปหา สองสาวทรุดตัวนั่งทีด้านซ้ายของชาคริต ขณะที่หญิงสาวคิดจะเอ่ยอะไร ชาคริตก็ส่ายหน้าทำทีว่าอย่างเพิ่งพูดอะไรตอนนี้

ครู่หนึ่งชายชุดขาวก็ทำพิธีเสร็จ แล้วหันกลับมา แพมเห็นชายคนนั้นไว้หนวดเคราหงอกขาว อายุน่าจะอยู่ในราวประมาณ 60 ปี ชุดขาวที่สวมไว้บวกกับหน้าตาชวนให้หญิงสาวคิดว่า ชายคนนี้น่าจะเป็นหมอผีมากกว่าหมอดู

“เอาละ ใครจะเป็นคนดูคนแรก” ชายชุดขาวซึ่งก็คือหมอจันเอ่ยเสียงขรึม
จิรพนธ์หันมามองแพม แล้วรีบบอกกับหมอจันทันที
“ให้พี่แพมดูก่อนละกัน เลดี่เฟิร์ส”
“อุ๊ย” แพมอุทาน “ให้คนอื่นก่อนดีกว่าค่ะ”
หมอจันหันมามองหน้าแพม ตาเป็นประกายวาบ รู้ในทันทีว่าทำไมหนุ่มๆพวกนี้จึงเชิญเขามาทำพิธีให้ หมอจันเอ่ยกับแพมด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“มานี่เถอะแม่หนู เอ็งกำลังดวงตกอย่างแรง”
แพมใจหายวาบทันที ถึงหญิงสาวจะดูเป็นสาวสมัยใหม่ แต่ลึกๆแล้วเธอก็ค่อนข้างมีความเชื่อในเรื่องแบบนี้อยู่ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าหมอดูคนนี้มีวิชาเขมรยิ่งทำให้สาวน้อยถึงกับใจเต้นระทึก เมื่อได้ยินว่าตัวเองกำลังดวงตก
“มาซิ” หมอจันย้ำอีกครั้ง
แพมลุกเดินไปนั่งพับเพียบอยู่ตรงหน้าหมอจันตามคำสั่งของเขา หญิงสาวยกมือไหว้
“เอ็งชื่ออะไร แม่หนู” หมอจันถามเสียงห้าว
“แพมค่ะ”
เวลานั้น แพมนั่งพับเพียบกระโปรงสั้นนั้นเปิดวาบขึ้นมา ทำให้สายตาของชายหนุ่มทั้งหมดต่างกวาดไปตามลำขาอ่อนกันเป็นตาเดียว บางคนถึงกับรู้สึกท่อนเนื้อลุกแข็งขึงขึ้นมาในทันที...
หลง #19 แผนกำราบดาวมหาลัย บทที่ 5

“เอ็งกำลังมีเคราะห์อย่างหนักรู้ตัวมั้ย”
“เคราะห์? เคราะห์อะไรคะ” แพมถามอย่างหวาดๆ ในเต้นโครมคราม
“มองตาข้าสิ นังหนู ข้าจะอ่านชะตาจากดวงตาเอ็ง”
แพมเงยหน้าขึ้น หมอจันผู้มีอำนาจอันสูงส่งในทางสะกดจิต จ้องมองตาหญิงสาวนิ่ง บริกรรมคาถาแล้วเป่าพรวดเข้าไปที่หน้าผากของสาวสวย แพมสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย...
ในอึดใจต่อมา หญิงสาวก็ตกอยู่ใต้อำนาจสะกดจิตของหมอจันอย่างง่ายดาย
“เอาละพวกมึงฟังไว้ ขณะนี้อีแพมตกอยู่ใต้อำนาจการสะกดของกูแล้ว” หมอจันหันมาพูดกับพวกเด็กนักศึกษา
“จริงหรือครับอาจารย์” ไอ้เอกหัวโจกถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
“คนอย่างหมอจันไม่เคยพูดเล่น” หมอจันบอกอย่างเยือกเย็น

ทุกคนหันกลับไปทางสาวสวย ก็เห็นเธอนั่งนิ่ง อยู่ในอาการงงงันและเคลิบเคลิ้ม ตาลอยเหมือนคนไร้ความรู้สึก

“ผม..ผมทำอะไรเธอได้มั่งครับอาจารย์” ไอ้เอกหันมาถามหมอจันตะกุกตะกัก
“ทุกอย่าง.... กูรับรองว่ามันจะทำตามอย่างไม่มีการขัดขืน แต่กูต้องเตือนไว้ก่อนว่าตอนนี้อีแพมมันยังอยู่ในสภาวะสะกดขั้นต้น มึงจะถูกตัวมันไม่ได้ ไม่งั้นมันจะหลุดจากอาการสะกดของกู”
“แล้วต้องนานแค่ไหนล่ะครับอาจารย์ ถึงจะถูกตัวได้”
“ก็สักพักนึงล่ะ แล้วกูจะบอกพวกมึงเอง ตอนนี้พวกมึงอยากถามหรือให้มันทำอะไรก็เอาเลยแต่ห้ามถูกตัวมัน” หมอจันตอบ

เอกหันมาทางนักศึกษาสาว
“ถามอะไรหน่อยได้มั้ยแพม”
“อืมม” หญิงสาวขานรับอยู่ในลำคอ
“แพม ..เคย...เคย..นอนกับผู้ชายรึยัง” ไอ้เอกตัดสินใจถามตรงๆเลย ทุกคนหูผึ่งจ้องเขม็งไปทางหญิงสาว จับตาดูอย่างสนใจว่าเธอจะมีปฎิกิริยาอย่างไร
หญิงสาวนิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนจะตอบเบาๆ
“ไม่เคย”
“อูวววว”
เสียงฮือฮาดังขึ้นมาลั่นห้อง ทุกคนเชื่อแล้วว่าหญิงสาวถูกสะกดอยู่จริงๆ ไม่งั้นด้วยนิสัยปกติของสาวสวย ลองโดนคำถามหยาบคายอย่างนี้มีหรือที่จะตอบ แถมคนถามอาจจะโดนตบด้วยซ้ำ
“งานนี้มันส์สุดๆแน่ๆ ไอ้แมน มึงไปเอากล้องมาถ่ายอีแพมเก็บไว้ดูกันดีกว่า”
“ได้ครับพี่เอก” แมนรับคำแล้วรีบลุกขึ้นไปหยิบกล้องถ่ายวีดีโอออกมา
“อีแพมเอ๊ย ถือว่ามีคนจีบเยอะทำเป็นหยิ่ง คราวนี้มึงได้อายสุดๆแน่” น้องแนนพึมพำอย่างสะใจ
ไอ้แมนจัดแจงเปิดสวิทช์กล้อง เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็พยักหน้าให้ทุกคนเป็นเชิงว่าพร้อมแล้ว

“แล้วจูบล่ะ มึงเคยรึยัง” จิรพนธ์ถามโพล่งขึ้นมาบ้าง เมื่อรู้ว่าหญิงสาวอยู่ในอาการถูกสะกด มันก็ถามสาวรุ่นพี่อย่างไม่มีความเกรงใจอีกต่อไป
ทุกคนเงียบกริบ รอฟังคำตอบจากหญิงสาว
แพมนั้นนิ่งอึ้ง เหมือนกับพยายามจะต่อต้านกับอำนาจสะกด แต่สักพักหญิงสาวก็ตอบออกมา
“เคย”
“กับใคร”
“....อาจารย์ธวัชชัย.... แล้วก็ชาคริต”
“ว๊าวว” ไอ้จิร้อง ทุกคนหันไปมองชาคริต ชายหนุ่มหน้าแดง
“เฮ้ พี่โจ้นี่ทำเป็นหงิมๆ ที่แท้ก็ร้ายไม่ใช่เล่น” น้องแนนเย้า
“เงียบๆโว๊ย ตากูมั่ง” ไอ้เบี้ยวร้อง “อีแพม มึงเคยแก้ผ้าให้ผู้ชายดูรึเปล่า”
“โอ๊ยยยย...! ถามได้โดนใจมาก” ไอ้จิร้องอย่างถูกใจ พร้อมกับทุกคนที่พากันจับตาดูสาวแพมว่าจะตอบยังไง

ไอ้แมนซูมกล้องไปที่หน้าหญิงสาว เหมือนกับจะจับความรู้สึกของเธอแบบชัดๆ

ครั้งนี้หญิงสาวนิ่งไปนานกว่าทุกครั้ง และแม้อากาศในห้องจะเย็นฉ่ำแต่ใบหน้าที่ขาวนวลเป็นยองใยของหญิงสาวมีเหงื่อ ผุดขึ้นพราวอย่างแปลกประหลาด ทรวงอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดูจะรัว เร็วขึ้นอย่างผิดปกติ แล้วในที่สุดเธอก็ตอบกลับมาจนได้
“ไม่เคย”
“ทำไม หรือว่ามึงหุ่นไม่ดี” ไอ้จิแกล้งถาม
“ไม่..! ไม่ใช่ แพมหุ่นดี..” คราวนี้หญิงสาวตอบอย่างรวดเร็ว
“หุ่นดีแล้วทำไมไม่แก้ให้ผู้ชายดู”
“แพม..แพมอาย..” หน้าหวานๆนั้นแดงซ่าน
เสียงหัวเราะดังลั่นห้อง
“แล้วจริงๆมึงอยากอวดของดีให้ผู้ชายดูรึเปล่า”

แพมนิ่งอึ้งอีกครั้ง หญิงสาวพยายามอย่างหนักที่จะต่อต้านอำนาจสะกดของหมอจัน แต่ก็แปลกยิ่งนัก สาวสวยรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา รู้แม้กระทั่งว่าคำถามแต่ละคำถามนั้นล้วนแต่น่าอับอายและอดสูสำหรับลูก ผู้หญิง แต่ก็แปลกประหลาดที่เธอไม่สามารถบังคับตัวเองไม่ให้ตอบได้ แถมเป็นคำตอบที่ออกมาจากใจอย่างแท้จริงด้วย

“บาง....บางครั้งก็อยาก”
“ทำไมถึงอยาก”
“อยากให้คนชมว่าแพมหุ่นสวย”
“สวยตรงไหน นมหรือหอย” เอกถามเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆอีกครั้ง
แพมหน้าแดงระเรื่อ พยายามบังคับใจอย่างสุดตัว แต่อำนาจสะกดของหมอจันแรงยิ่งนักจนเธอไม่สามารถต่อต้านได้เลย
“สวย ..แพมสวยหมดเลย” หญิงสาวตอบเสียงหวานฉ่ำ ตากลมโตนั้นหยาดเยิ้มอย่างน่าหลงใหล
ไอ้เอกจับตามองจากทรวงอกอิ่มเรื่อยลงมาสู่ต้นขาขาวผ่องที่ลอดออกมา จากกระโปรง เรื่อยไปตามลำขา ถึงปลายเท้าก็ต้องแอบกลืนน้ำลายเอื๊อกด้วยความหื่นกระหาย...
“โม้หรือเปล่า..คนสวย .......ถอดเสื้อผ้าให้พวกเราดูหน่อยซิ”
“ไม่”
“ถอดซิ”
“ไม่”
“ทำไมมึงไม่ถอด”
“แพม ...แพมอาย” แม้จะอยู่ภายใต้อำนาจสะกด แต่เธอก็ปฎิเสธที่จะตามเพราะความรักนวลสงวนตัวยังยับยั้งไว้
“อาจารย์ ไหนบอกว่าสั่งได้ทุกอย่างไง” ไอ้เอกหันไปโวยกับหมอจัน

หลง #20 แผนกำราบดาวมหาลัย บทที่ 6

“นั่นเป็นเพราะอีแพมมันเป็นผู้หญิงที่มีจิตสำนึกต่อต้านกับเรื่องกามารมณ์ น่ะซิวะ ผู้หญิงแบบนี้มันจะไม่ถูกสะกดให้ทำเรื่องที่มันละอายใจง่ายๆ สามัญสำนึกของมันยับยั้งไว้”
“อ้าว อาจารย์อย่างงี้ก็ไม่มันส์น่ะซิครับ” ได้เอกบอก
“ใจเย็นๆ กูยังอธิบายไม่หมดเลย เรื่องแบบนี้ถ้ากูแก้ไม่ได้ก็เสียชื่อหมอจันหมด มึงต้องการให้มันเป็นยังไงล่ะ”
“ผมอยากให้อาจารย์ทำให้อีแพมมันร่าน แบบสุดๆเลยน่ะ” ไอ้เอกย้ำ
“ใช่ครับ เอาแบบที่เห็นของผู้ชายเป็นผวาเข้าใส่เลยอาจารย์”
“เอาให้ร่านแบบกะหรี่เลยอาจารย์” เสียงสนับสนุนดังกันเซ็งแซ่ ในขณะที่สาวแพมยังนั่งอย่างเหม่อลอยเหมือนกับไม่รู้ตัว ว่าเพื่อนๆกำลังพูดถึงเธอ...

แต่ที่จริงแล้วสติของแพมยังอยู่ครบถ้วน หญิงสาวได้เห็นได้ยินทั้งหมด แต่ไม่มีเรี่ยวแรงและกำลังที่จะพูดต่อต้าน ด้วยว่าอวัยวะในร่างกายถูกตัดขาดไปจากการควบคุมของสมอง หญิงสาวได้แต่ตกตะลึงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นั่งฟังอย่างหวาดหวั่น น้ำตาเริ่มเอ่อคลอที่เบ้า สำนึกได้ว่าตนเองเสียรู้เพื่อนๆเข้าแล้ว

แพมกวาดสายตามองมายังชาคริตเหมือนจะขอความช่วยเหลือ แต่ชายหนุ่มตอนนี้ก็อยู่ในความสับสนไม่แพ้กัน ใจหนึ่งอยากจะช่วยญาติสาวผู้พี่ แต่อีกใจก็เต็มไปด้วยความปั่นป่วนรัญจวนใจ ยิ่งเห็นใบหน้างามสะคราญ ชุดที่รัดรูปอวบอัด ก็ยิ่งอยากที่จะกอดรัดฟอนเฟ้น อยากที่จะได้นอนกับเธอให้สมกับที่ใฝ่ฝันมานาน... แล้วในที่สุดอำนาจฝ่ายต่ำก็เป็นผู้ชนะ เขาปลอบใจตัวเองว่าเรื่องถึงขั้นนี้ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงได้ ถึงเขาอยากจะช่วยแต่เพื่อนๆก็คงไม่ยอมอยู่ดี

“พวกมึงจงนั่งดูเงียบๆ อย่าส่งเสียงดังให้เสียพิธี” หมอจันพูดเสียงแข็ง จากนั้นก็หันมาทาง สาวแพม ดาวมหาลัยผู้ดวงตกสุดขีด “ยืนขึ้นอีแพม”

หญิงสาวลุกขึ้นยืนตามคำสั่งของหมอจัน
“ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของมึงออกให้หมด”

เสียงของหมอจันทรงอำนาจอย่างประหลาด แพมพยายามจะขัดขืนแต่ไม่สามารถควบคุมบังคับร่างกายได้ มือของเธอเอื้อมขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด... ทีละเม็ด และในไม่ช้าร่างของหญิงสาวก็เปล่าเปลือยล่อนจ้อน อวดความขาวโพลนอยู่ใน แสงเทียน

เสียงครางเสียงหอบหายใจดังกระเส่าเต็มห้อง ทุกสายตาจับจ้องมาที่ร่างของหญิงสาวกันเป็นตาเดียว เพราะเรือนร่างของสาวแพมนั้นงดงามอย่างสมบูรณ์แบบเย้ายวนไปทุกส่วนสัด ความอวบนูนของเนื้อโคกนั้นเผยให้ทุกสายตาได้เห็นอย่างเต็มตา ขนหมอยของเธอเป็นระเบียบแลดูอ่อนนุ่มน่าลูบไล้ ปกคลุมพื้นที่ด้วยปริมาณที่พอเหมาะได้ดกและไม่บางจนเกินไป เนื้อแคมทั้งคู่นั้นเบ่งพองออกมานูนเป่ง อันแสดงถึงความงามของสาวบริสุทธิ์ มองเห็นรอยผ่าแดงระเรื่อราวกับสีกุหลาบสด แม้แต่น้องแนนเองยังต้องมองด้วยความอิจฉา

หญิงสาวยืนตัวสั่นระริก ดวงตากลมโตมีน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย ทั้งหวาดกลัวทั้งอับอายสุดขีด ตอนนี้แม้แต่อยากจะหลับตาก็ไม่สามารถจะบังคับได้ ร่างงดงามเปล่าเปลือยของเธอแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อไปทั้งตัวด้วยความ อัปยศอดสูใจ ไม่เคยเลยที่เธอจะต้องตกอยู่ในสภาพนี้ จริงอยู่ที่เธอจะเคยเปลือยกายให้คนเห็นมาแล้วเมื่อครั้งตบกับน้องแนน แต่ตอนนั้นมันด้วยอารมณ์โกรธและเป็นการพัวพันอยู่กับแนนโดยมีโคลนเปื้อนเต็ม ตัว อีกทั้งคนที่มุงดูก็อยุ่ในระยะไกลทั้งสิ้น ต่างจากครั้งนี้ที่เธอเปลือยเปล่าอย่างแท้จริง แถมอยู่ต่อหน้าผู้ชายมากมายในระยะใกล้แค่เอื้อม... และยิ่งไปกว่านั้น มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้อีกด้วย

สายตาหลายๆคู่มองไปยังร่างของแพมด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสายตาที่หื่นกระหายใคร่จะได้ลิ้มลองเรือนร่างที่น่าฟัด อย่างยิ่งนี้ แต่สายตาของชาคริตยังมีแววของความสงสารและความรักเจือปนอยู่บ้าง ในขณะที่สายตาของสาวแนนนั้นเต็มไปด้วยความสะใจและอยากรู้อยากเห็น

หมอจันหยิบเอาขันน้ำมนต์ใบเขื่องขึ้นมา บริกรรมคาถา จากนั้นก็หยิบเทียนขาวเล่มใหญ่หยดไปในขัน ปากก็พึมพำอยู่ตลอดเวลา จากนั้นก็ยกขันขึ้นมาดื่ม แล้วลุกขึ้นเดินไปที่ร่างของแพม จากนั้นก็เป่าพรวดลงไปที่หน้าอกของหญิงสาว แพมกรีดร้องโหยหวน รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ล้มตัวลงนอนกับพื้นในทันที ร่างกายร้อนระอุราวกับถูกไฟเผาผลาญ ดิ้นรนไปมา เต้านมสั่นกระเพื่อมไปตามแรงดิ้นรน เหงื่อเกาะพราวเต็มเรือนร่างที่เปล่าเปลือย หมอจันเป่าพรวดลงไปเป็นครั้งที่สอง ทำให้ดาวเปลี่ยนจากร้อนระอุกลายเย็นยะเยือก หนาวจนต้องนอนขดตัว ริมฝีปากสั่นระริกหอบหายใจแรง จากนั้นก็กลับไปเป็นร้อนสลับกับหนาวอยู่ตลอดเวลา รู้สึกหูอื้อ และตาพร่าจนมองอะไรลานเลืองไปหมด สักครู่ร่างงามนั้นก็หยุดดิ้นรน ถึงตอนนี้เหล่าคนดูทุกคนเริ่มรู้สึกหวาดกลัวกับภาพที่เห็นอย่างไม่ทราบ สาเหตุ

หมอจันทรุดตัวลงนั่ง จากนั้นก็กรอกน้ำมนต์ใส่ปากของนักศึกษาสาว แล้วสั่งให้เธอกลืนน้ำมนต์ หญิงสาวปฎิบัติตามคำสั่งทันที หมอจันบริกรรมคาถาแล้วเป่ากระหม่อมของแพมอีกครั้ง จากนั้นก็เดินกลับมานั่งยังที่เดิมแล้วบอกว่า

“ตอนนี้กูลงอาคมบนตัวอีแพม จิตของมันอยู่ในอำนาจสะกดอย่างสมบูรณ์แล้ว แม้แต่จิตสำนึกส่วนลึก ตลอดจนสามัญสำนึกก็ไม่มีทางที่จะต่อต้านคำสั่งของกูได้”
“แล้วตอนนี้มัน..มันร่านรึยังอาจารย์” ไอ้เอกถาม
“ยัง..มันแค่อยู่ในอำนาจสะกดเฉยๆ แต่กูจะทำพิธีขั้นต่อไปเพื่อเปลี่ยนนิสัยมัน ลุกขึ้นอีแพม” หมอจันสั่งเสียงกร้าว พร้อมกับยื่นมือเข้าไปหา

ทันใดนั้นแพมก็ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่า ใบหน้าของสาวสวยแสดงถึงความเคลิบเคลิ้ม ตาที่เคยกลมโตบัดนี้หรี่ปรือ เหมือนคนกำลังใกล้จะหลับ สาวสวยก้มลงจุมพิตเบาๆที่หลังมืออันหยาบกร้านมีขนของหมอจัน ขณะที่ก้มลงจุมพิตมือ แพมก็รู้สึกเยือกเย็นบนศีรษะด้วยลมปากเป่าเบาๆของหมอจัน หญิงสาวเงยหน้าขึ้นรู้สึกสลึมสลือบางครั้งก็เคลิบเคลิ้มบางครั้งก็รู้สึกตัว เหมือนกับเป็นปกติ แต่ไม่ว่าจะมีความรู้สึกอะไร หญิงสาวก็ไม่สามารถควบคุมอวัยวะของตัวเองได้เลย ยังคงต้องรอรับคำสั่งของหมอจันเหมือนกับอวัยวะเหล่านั้นไม่ใช่ของตัวเอง

หมอจันหยิบย่ามออกมา แล้วล้วงเข้าไปข้างในดึงเอาวัตถุออกมาสิ่งหนึ่ง เสียงฮือฮาดังขึ้น แพมซึ่งจับตามองอยู่ถึงกับใจหายวาบเมื่อเห็นเจ้าสิ่งนั้นอย่างชัดเจน มันมีรูปร่างคล้ายกับอวัยวะของผู้ชาย ใหญ่ขนาดที่มือของเธอกำไม่มิด หญิงสาวหวาดหวั่นจนตัวสั่นระริก รู้แล้วว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง

หมอจันหันมาบอกกับพวกนักศึกษาที่นั่งจ้องกันเงียบกริบว่า
“ลึงศ์อันนี้ทำมาจากเศษเนื้อบริเวณท่อนเนื้อของศพฆาตกรซึ่งชอบฆ่าข่มขืน ผู้หญิง ผสมกับเศษเนื้อบริเวณหีของศพผู้หญิงที่ยามมีชีวิตอยู่ก็เป็นกะหรี่ หรือร่านสวาทคบชู้ไม่เลือกหน้า รวมทั้งหมด 7 ศพ ผสมกับดิน 7 ป่าช้า แล้วผ่านการลงอาคมด้วยน้ำมนต์ที่ปลุกเสกด้วยคาถา 7 บท อันเป็นคาถาเมตตามหานิยม ซึ่งเป็นคาถามหาเสน่ห์ ทำให้คนรักคนหลง แต่เมื่อถูกนำมาใช้ในพิธีนี้จะทำให้ ลึงค์นี้เป็นที่รวมของความรู้สึก หมกมุ่นกามารมณ์ ปลุกปั่นอารมณ์เพศ เสพสังวาสอยู่เป็นนิจ และสำคัญที่สุดคือขาดผู้ชายไม่ได้เลย กูจะสั่งให้อีแพมสังวาสกับลึงค์นี้ หลังจากนั้นมันจะเป็นผู้หญิงที่ร่านแบบสุดๆ เห็นของผู้ชายเป็นต้องผวาเข้าใส่ ตอนนี้กูจะถามเป็นครั้งสุดท้ายว่ามึงอยากจะให้กูทำพิธีต่อไปหรือไม่”

ทุกคนหันมามองหน้ากัน ไม่มีใครเอ่ยคำพูดอะไร เพราะไม่มีใครคิดว่ามันจะน่ากลัวถึงขนาดนี้ ยิ่งแพมสาวสวยนั้นมีอาการสั่นระริกอย่างรุนแรง เพราะความหวาดกลัวท่อนเอ็นนี้อย่างสุดขีด

และในท่ามกลางความเงียบนั้น ในทีสุดก็มีเสียงใสๆดังขึ้น ซึ่งจะเป็นคนอื่นไปไม่ได้นอกจากสาวแนนที่ยังแค้นนักศึกษารุ่นพี่ไม่หาย
“ทำต่อเลยค่ะอาจารย์”

ชาคริต พูดสอดขึ้นอย่างกังวล
“น้องแนน”

จิรพนธ์ถามหมอจัน
“แล้วมันจะกลับมาเป็นอย่างเดิมหรือเปล่าอาจารย์”
“ก็ต้องประมาณ สามเดือนเป็นอย่างน้อยที่อาคมจะเสื่อมถอยลงไปเอง ซึ่งถ้าไม่นำมาลงอาคมเพิ่มมันก็จะคลายความร่านลง แต่ความอยากในกามารมณ์เมื่อถูกปลุกเร้าแล้วก็ไม่มีวันจะกลับมาเป็นปกติแล้ว”
“มีวิธีอื่นอีกมั้ยอาจารย์ เอาแบบให้ร่านแค่สามสี่วันน่ะ” จิรพนธ์ถาม
“ไม่มี ถ้าไม่ใช้ลึงค์นี้อย่างมากก็ทำได้แค่สะกดให้อยู่ในอำนาจจิตเฉยๆแบบที่กูทำใน ตอนแรก แต่มันจะไม่ร่านอย่างที่พวกมึงต้องการ” หมอจันตอบเรียบๆ
“งั้นทำเลยอาจารย์” ไอ้เอกตัดสินใจบอก
“เอาไงเอากัน” ไอ้แมนเสริม
ชาคริตเองก็นิ่งเงียบ

หมอจันหันมาทางนักศึกษาสาวที่นั่งคุกเข่าล่อนจ้อนอยู่ตรงหน้า แล้วยื่นท่อนลึงค์ศักดิ์สิทธิ์ให้
“อีแพม มึงต้องสังวาสกับลึงค์ศักดิ์สิทธิ์นี้เดี๋ยวนี้”

แพมรับท่อนลึงค์จากมือของหมอจันมา แล้วลุกขึ้นยืนถ่างขาออกจับท่อนลึงค์ตั้งไว้กับพื้น แล้วค่อยๆนั่งยองๆลงไป จ่อท่อนลึงค์กับหอยของตัวเอง แต่เมื่อท่อนลึงค์นั้นสัมผัสกับปากแคมของตัวเองหญิงสาวก็หยุดชะงักไปเฉยๆ สีหน้านั้นเผือดขาว ริมฝีปากที่ทาลิปสติคจนแดงฉานนั้นสั่นระริก

“นั่งลงไปซิ เอาลึงค์เข้าหีมึงเดี๋ยวนี้”

หญิงสาวค่อยๆนั่งลงไป ทั้งๆที่แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและอ้อนวอน ท่อนลึงค์ศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆสอดเข้าไปในร่องหลืบของตัวเองทีละนิดทีละนิด หญิงสาวทรุดตัวนั่งลงไปเรื่อยๆ ปล่อยให้ท่อนลึงค์ชำแรกผ่านหนังร่องหลืบของตัวเอง มันฝืดคับจนหญิงสาวน้ำตาร่วง แต่ก็กดร่างลงไปช้าๆไม่ยอมหยุด ฉับพลัน เลือดพรหมจรรย์ของสาวสวยก็ไหลซึมลงมาตามลำลึงค์แล้วหยดหยาดลงไปนองบนพื้นใน ทันที

“อูยยยยย” เสียงร้องครางดังออกมาระงมทั่วห้องด้วยความหวาดเสียว

ความเจ็บปวดพุ่งเข้าสู่ทุกเส้นประสาทของหญิงสาวจนหน้าตาบิดเบี้ยว แต่ก็หาได้หยุดการกระทำของตัวเองไม่ แพมยังคงทรุดตัวนั่งลงไปเรื่อยๆ ปล่อยให้ดุ้นเนื้อดันผ่านร่องหลืบอันคับแน่นเพราะไม่เคยมีวัตถุใดฝ่าเข้าไป ก่อนเลยในชีวิต ตอนนี้เลือดพรหมจรรย์อาบลำลึงค์จนแดงโชกไปหมดทั้งลำ

หญิงสาวปวดร้าวแทบขาดใจร้องครางออกมาในลำคอ แต่ไม่อาจขัดขืนต่อคำสั่งของหมอจัน หญิงสาวกัดฟันกดร่องหีของตัวเองลงไปไม่ยอมหยุด กลีบแคมเผยออ้ากว้างขึ้นเรื่อยๆ ความเจ็บปวดทวีขึ้นอย่างรุนแรง น้ำตาไหลพรากๆไม่ขาดสาย

“โอยยย.... ตายแล้ว” แนนคิดอยุ่ในใจด้วยความเสียวสยอง ลึงค์อันนี้มีขนาดใหญ่มากจนแม้กระทั่งแนนเองที่ผ่านผู้ชายมาหลายคนยังรู้ตัว ว่าทนไม่ไหวแน่ๆ แต่ทำไมแพมซึ่งเป็นสาวบริสุทธิ์จึงกดตัวเองให้ลึงค์ยักษ์เข้าไปไม่หยุดยั้ง นี่แสดงว่าคาถาอาคมของหมอจันนั้นมีฤทธิ์อำนาจรุนแรงจริงๆ หญิงสาวยกมือขึ้นปิดตา แล้วแอบมองผ่านร่องนิ้ว เพราะไม่กล้ามองอย่างเต็มตา ความรู้สึกหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนขนลุกเกรียวไปทั้งตัว...

ในที่สุดลึงค์ก็เข้าไปในรูหีของแพมจนมิดหมดทั้งตัว..! เหลือเพียงแต่ฐานขนาดใหญ่เท่านั้นที่ถูกกุมไว้ในอุ้งมือของหญิงสาว ท่อนลึงค์นั้นแดงฉานไปหมดอย่างน่ากลัว

เหล่านักศึกษาหนุ่มๆต่างพากันจ้องเขม็งกันไปที่หอยของสาวสวย ความรู้สึกนั้นแตกต่างกันไป บางคนอาจจะรู้สึกเสียดายที่พรหมจรรย์ของสาวสวยพราวเสน่ห์ต้องสังเวยให้กับ เอ็นผีแทนที่จะเป็นเอ็นของตัวเอง แต่ถึงกระนั้นทุกคนต่างก็รู้สึกท่อนเนื้อของตัวเองลุกตั้งชันแข็งขันไปตามๆ กัน เมื่อเห็นแคมหีของหญิงสาวเขมือบท่อนลึงค์จนมิดด้าม

ใบหน้าของสาวสวยบิดเบี้ยวร้องครวญครางอยู่ตลอดเวลาด้วยความเจ็บปวด นี่หากไม่ได้โดนอาคมของหมอจันสะกดไว้คงกรีดร้องลั่นไปนานแล้ว

“เป็นไง มึงรู้สึกยังไงอีแพม” หมอจันเอ่ยปากถาม สายตากร้าวแข็งด้วยอำนาจจิต
“เจ็บ แพมเจ็บเหลือเกิน...” หญิงสาวร้องเสียงแตกพร่าเหงื่อไหลหยดหยาดลงมาจนถึงปลายจมูก
“แน่ละมึงเจ็บ แต่มึงจะเจ็บแค่ครั้งเดียว ลึงค์นี้เป็นลึงค์ศักดิ์สิทธิ์ หลังจากมึงสังวาสกับลึงค์นี้แล้ว ต่อไปมึงจะมีแต่ความสุขและคอยจะหาลึงค์มาใส่หีตัวเองตลอดเวลา ความสุขมึงจะมีมาอย่างไม่รู้จักจบสิ้น มึงอยากมีความสุขตลอดเวลามั้ย”
หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็กัดฟันพูดตอบ
“อยาก... แพมอยากมีความสุข ช่วยแพมด้วย.... โอยย...แพมเจ็บเหลือเกิน” หญิงสาวพูดไปร้องครวญครางไป



หลง #21 แผนกำราบดาวมหาลัย บทที่ 7

หมอจันจับตามองอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้น
“เอาละ พวกมึงรอจนกระทั่งลึงค์ศักดิ์สิทธิ์หลุดออกจากหีอีแพม พิธีก็จะเสร็จสิ้น อีแพมจะกลายเป็นหญิงร่านสวาทขาดผู้ชายไม่ได้ พวกมึงอยากทำอะไรก็ทำ ข้าหมดหน้าที่แล้วต้องขอไปพักก่อน”
“อาจารย์ ไม่อยู่ก่อนหรือ เผื่อมีอะไรผิดพลาด” ไอ้เอกถามอย่างหวาดๆ
“กูอยู่ดูพวกมึงทำอะไรกับอีแพมไม่ได้ ของจะเข้าตัวกู จำไว้ว่าอย่าไปแตะหรือดึงลึงค์ออก ปล่อยให้มันหลุดเอง”
“งั้นก็ตามใจอาจารย์” ไอ้เอกบอก ก่อนจะหันมาหาไอ้เบี้ยว “เฮ้ย ไอ้เบี้ยว ไปส่งอาจารย์ที่ห้องซิ”
“โธ่ พี่เอก ให้คนอื่นไม่ได้เหรอ กำลังมันส์เลย” ไอ้เบี้ยวบ่นพึมพำ แต่ก็จำใจต้องทำตามที่ไอ้เอกสั่ง มันเดินเข้ามาแล้วพาหมอจัน ออกจากห้อง

ข้างฝ่ายสาวแพมจากที่ค่อยๆโหย่งตัวขึ้นลง ปล่อยให้ลึงค์ผลุบเข้าผลุบออกในร่องสวาทของตนเองอย่างช้าๆ ก็ดันกระแทกทิ้งร่างลงมาเร็วขึ้นหนักขึ้น หน้างามแหงนขึ้นบิดเบี้ยว สะบัดศีรษะจนผมปลิวกระจาย ในขณะทีทรวงอกก็กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะกระแทก เหงื่อแตกโทรมเต็มร่างกายที่ขาวผ่อง เสียง พั่บ พั่บ ดังลั่นห้องไปหมด

“อูยยย เจ็บ อูยยยย เสียววววว โอยยยยย” เสียงร้องครวญครางของสาวสวยดังขึ้นบอกถึงอารมณ์ที่สับสน อันเกิดจากอำนาจของลึงค์ศักดิ์สิทธิ์

“มันส์มั้ยคะพี่แพม แหม โยกกระแทก ยิ่งกว่ากว่ะหรี่มืออาชีพอีกนะคะนี่ คิก คิก” สาวแนนหัวเราะเยาะเย้ยด้วยความสะใจ

สาวแพมได้ยิน ก็หันขวับมาจ้องหน้านักศึกษาสาวตัวแสบ พลางยกมือชี้หน้าของสาวรุ่นน้อง
“มึงหยุดหัวเราะอีดอก เดี๋ยวมึงจะโดนด้วย” เสียงของสาวแพมที่เปล่งออกมานั้น แหบห้าว และทุ้มหนักแบบเสียงของผู้ชาย ทุกคนตกตะลึงพรึงเพริดกันไปหมด สาวแนนหน้าซีดเงียบกริบในทันที

ทันใดนั้นนักศึกษาสาวเคราะห์ร้ายก็กรีดเสียงหัวเราะลั่นห้อง ขณะที่ร่างยังโหมกระแทกลงไปบนลึงค์อย่างรุนแรงหนักหน่วงไม่หยุดยั้ง
“ฮะ ฮะ ฮะ มันส์ มันส์ เหลือเกิน โอย หีอีนี่ สะอาดบริสุทธิ์ ทั้งสวยทั้งหอม อูยยยยย ฟิตอะไรเช่นนี้” เสียงที่ออกจากปากของสาวสวยครั้งนี่เปลี่ยนเป็น แหลมเล็ก ขณะที่ร่างไม่เคยหยุดยั้งการขโยกขึ้นลงเลย

“โอยยย เจ็บ โอยยยยย เจ็บเหลือเกิน ....ช่วยด้วย ... อย่าทำแพม.... ช่วยด้วย... ชาคริต... ช่วยพี่ด้วย... พี่เจ็บเหลือเกิน... โอยยยยย…เจ็บจะตายอยู่แล้ว...ฮือ ฮือ” เสียงของแพมกลับกลายมาเป็นหวานใสตามเดิม หากเต็มไปด้วยความโศกรัดทด พร้อมกับกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ตลอดเวลา

ชาคริต ตัวสั่นระริก ตอนนี้เขาหมดอารมณ์ใคร่อย่างสิ้นเชิงแล้ว มือของชายหนุ่มกำแน่น สงสารญาติสาวผู้พี่จับใจ แต่ไม่รู้จะช่วยเธอได้ยังไง ในขณะที่เพื่อนคนอื่นต่างจับจ้องมอง ร่างเปลือยของสาวแพมด้วยความหื่นกระหาย ร่างสมส่วนที่กระแทกขึ้นลงจนนมกระเพื่อมนั้น ปลุกอารมณ์ของทุกคนให้หื่นกระหายเต็มที่ ทุกคนต่างเฝ้ารอเวลาที่ลึงค์จะหลุดออกจากโคกสวาทของหญิงสาว เพื่อจะได้เข้าไประบายความใคร่กับร่างงามนั้นแทน

นักศึกษาสาวเคราะห์ร้าย เอนร่างทิ้งตัวลงนอนกับพื้น ดิ้นไปดิ้นมา ก่อนที่จะยกสะโพกขึ้นสูงจากพื้น ในขณะที่ลึงค์นั้นราวกับมีชีวิตกระแทกเข้าออกในร่องรูนั้นอย่างรวดเร็ว

“อูยยยย....อูยยยยย.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า.... มันส์มั้ยอีหนู แรงกว่านี้มั้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงแหบห้าวดังขึ้นอีกครั้ง

ร่างงดงามเปล่าเปลือย ดิ้นร้องครวญครางอยู่สักพัก ก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เสียงหัวเราะแหบห้าวนั้นหยุดลง ทุกคนในห้องต่างจับตามองความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของ สาวสวยด้วยใจเต้นระทึก

แพมกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง ตาของสาวสวยเต็มไปด้วยความหยาดเยิ้มและยั่วยวนอย่างแปลกประหลาด ใบหน้าของเธอนั้นหวานเซ็กซี่อยู่แล้ว เมื่อกวาดสายตาที่แฝงแววยั่วยวนก็ทำให้บรรดาชายหนุ่มในห้องต่างครางฮือกันไป ตามๆกัน

แพมกวาดสายตาไปมาจากนั้นก็มาหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าชาคริต ริมฝีปากแดงระเรื่อเผยอรอยยิ้มน้อยๆ อย่างยั่วยวนพร้อมกับเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงหวานฉ่ำ

“ชาคริต พี่สวยมั้ย พี่รู้ว่าเธอรักพี่ มาซิ...พี่อยากอยู่ในอ้อมกอดของเธอ ชาคริต..ได้โปรดเถอะ”
“พี่แพม...” ชาคริตครางเบาๆ ใบหน้าที่หวานเย้ายวนของคนที่เขาเทิดทูลบูชาทำให้อารมณ์ใคร่ของเขากลับคืนมา อีกครั้ง แต่จิตสำนึกส่วนลึกภายในยังยับยั้งไว้

แพมกวาดสายตามองมายังจิรพนธ์
“จิ มาหาพี่ซิ เธอเป็นคนวางแผนทั้งหมดไม่ใช่หรือ... ถึงเวลาแล้ว.... มาซิ มานอนกับพี่เถอะ”
“พี่แพม...” จิรพนธ์ครางเสียงแหบแห้ง ขยับกายจะลุกขึ้น แต่เอกซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ดึงเขาไว้ พร้อมกับตะคอกเบาๆ
“ไอ้เอก มึงจะบ้าหรือ อาจารย์สั่งไว้อย่าแตะต้องเธอจนกว่าท่อนลึงค์จะหลุดออกมา”
จิรพนธ์สะดุ้งได้สติ เหงื่อไหลเต็มใบหน้า หันมาทางชายหนุ่มนักศึกษารุ่นพี่
“ขอบคุณครับพี่เอก ผมเกือบไปแล้ว ...เธอสวย ยั่วยวนเหลือเกินพี่เอก ผมจะอดใจไม่ไหวแล้ว”

แพมกวาดสายตาหวานเยิ้มมาเทางเอก เลียริมฝีปากที่ชุ่มชื้น พร้อมกับเอื้อมมือขึ้นมาคลึงเคล้าทรวงอกที่อวบอิ่มงดงามของตนเอง พร้อมกับเดินยักย้ายส่ายสะโพกอย่างยั่วยวนมาตรงหน้า

“เอก เธออยากเอาเรามากใช่มั้ย ดูซิ เราอยู่ตรงหน้าแล้ว จะรอช้าอยู่ทำไม หรือไม่กล้า หือ” แพมแยกขาออกจากกัน พร้อมกับย่อกายลงส่ายสะโพกไปมา มือก็คลึงเคล้นทรวงอกของตัวเองหนักขึ้น อย่างเมามัน ใบน้าที่หวานยั่วยวน เสียงที่กระเส่าเร้าอารมณ์ เรือนร่างที่งดงามขาวนวลสมบูรณ์แบบ ตลอดจนลีลาท่าทางที่ยั่วยวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ตัณหาของทุกคนพลุ่งพล่านถึงขีดสุด แต่ก่อนที่ทุกคนจะทันขยับตัวทำอะไร สาวแนนซึ่งจับจ้องมองอยู่ เห็นผู้ชายทั้งห้องต่างแสดงทีท่าคลั่งไคล้สาวคู่แข่งจนแทบบ้าคลั่ง ทำให้เธออิจฉาถึงขีดสุด ในที่สุดเธอก็ลุกพรวดวิ่งไปที่ร่างของสาวแพมในทันที

“ยั่วเก่งนักหรือนังร่าน เดี๋ยวกูจะช่วยให้มีงหายร่านเอง” แนนร้องอย่างเคียดแค้น มือคว้าไปที่ลึงค์ที่ขณะนั้นกำลังถอนลำออกมา

ไอ้เอกเมื่อเห็นนักศึกษาสาวรุ่นน้องกำลังจะสัมผัสถูกลึงค์ก็ร้องตะโกนห้ามเสียงดัง “อย่า น้องแนน อย่าจับ..”
แต่ช้าไปแล้ว มือเล็กๆของน้องแนนคว้าไปที่ลึงค์ปีศาจพร้อมกับถอนกระชากเต็มแรง

“โอ๊ยยยยยยยยยยยย”

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นห้องในฉับพลันนั้นเอง!!!

หลง #22 แผนกำราบดาวมหาลัย บทที่ 8

ร่างของแนนหงายหลังตึงลงไปบนพื้น กระโปรงเลิกขึ้นไปถึงท้องน้อย พร้อมกับแยกขาทั้งสองข้างถ่างออกจากกัน มือข้างหนึ่งยังกำท่อนลึงค์ศักดิ์สิทธิ์ไว้แน่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงร้องแหบห้าวดังออกจากปากของน้องแนนอย่างน่ากลัว

บรรดาชายหนุ่มในห้องต่างตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก ยกเว้นชาคริตที่จับตามองญาติสาวผู้พี่ของตนอยู่ตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง เขาเห็นชัดเจนตอนที่แนนดึงลึงค์ออกจากร่องสวาท สาวแพมได้ถอยกายไปอยู่ที่มุมห้อง พร้อมกับงอเข่าปิดร่างที่เปล่าเปลือยของตนเอง หญิงสาวก้มหน้าร้องไห้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง หมดสภาพของดาวมหาลัยอย่างสิ้นเชิง ถึงตอนนี้ชาคริตไม่สนใจเรื่องอื่นๆอีกต่อไปแล้ว แต่ลุกขึ้นวิ่งไปนั่งโอบกอดญาติสาวผู้พี่เหมือนจะปลอบโยน

คว้ากกกกกกกกก

สาวแนนฉีกกระชากกางเกงในออกจากตัว พร้อมกับหัวเราะเสียงดังลั่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า อีนี่ บังอาจลบหลู่กู มึงจะต้องชดใช้ด้วยการสังเวยร่างของมึงแทน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
พูดจบก็จ่อ ท่อนลึงค์เข้าที่ร่องหลืบของตนเอง
“อย่า อย่า ... พี่เอก พี่จิ ช่วยด้วย อย่า อย่า... กลัวแล้ว กลัวเล้ว ฮือ ฮือ อย่าเอาเข้าไป อย่า ฮือ ฮือ” แนนร้องไห้โฮออกมา ในขณะที่จ่อลึงค์เข้าหาร่องของตัวเองอย่างช้าๆ หญิงสาวพยายามขัดขืนสุดชีวิต แต่ไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนได้ ตากลมโตของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความพรั่นพรึง ปากก็ตะโกนร่ำร้องให้รุ่นพี่ช่วยอย่างน่าสงสาร

“ไอ้เบี้ยว มึงไปตามอาจารย์จันมา เร็ว” ไอ้เอกหันไปสั่งไอ้เบี้ยวด้วยความเป็นห่วง
“ไปตามที่ไหนเล่าพี่เบี้ยว อาจารย์กลับไปแล้ว”
“อ้าว มึงไม่ได้ไปส่งอาจารย์ที่ห้องรึ”
“อาจารย์บอกว่า แกนัดทำพิธีกับคุณนายอีกคนไว้ เลยขอตัวไปก่อน แกขอฝากลึงค์ศักดิ์สิทธิ์กับเครืองมือไว้ พรุ่งนี้จะกลับมาเอา”
“ชิบหายแล้ว” ไอ้เอกอุทานมาอย่างตกใจ
“ทีนี้เอาไงดีล่ะ พี่เอก น้องแนนตายแน่” จิรพนธ์พูดเสียงสั่น
“ไอ้เบี้ยวมึงไปเอาลึงค์ผีออก” เอกหันมาสั่ง แต่ไอ้เบี้ยวรีบสั่นหน้า
“โอ๊ย ไม่ไหวหรอกพี่เอก พี่เอกทำเองเถอะ”
“อุ๊ย พี่เอก แนนยัดเข้าไปแล้ว” ไอ้เต่าบอกอย่างตกใจ ทุกคนหันขวับไปมองสาวรุ่นน้องในทันที

สาวแนนตอนนี้ แอ่นก้นลอยขึ้นจนเนินนูนลอยเด่นขึ้นมา พร้อมกับเริ่มดันท่อนลึงค์เข้าไปในร่องหลืบของตัวเองช้าๆ
“อูยยยย ... อย่า....อูยยยย.... เสียวจังเลย....อูยยยย.....อย่า...กลัวแล้ว....อูยยยย.....เสียวจังเลย....” เสียงของหญิงสาวดังอย่างสับสนสลับกับการสูดปากร้องครวญคราง มือน้อยๆเลื่อนกลับขึ้นไปบีบขยำทรวงอกของตนเองอย่างเมามัน ในขณะที่ท่อนลึงค์นั่นเลื่อนเข้าออกด้วยตนเองราวกับมีชีวิต

“พี่เอก” จิรพนธ์เรียกเบาๆ แต่สายตาไม่ละไปจากร่างของน้องแนนเลย
“ทำอะไรไม่ได้แล้ว รอให้ลึงค์หลุดมาเองละกัน” เอกพูด

“อูยยย เสียว เสียวหีจังเลย”
ทุกคนตกตะลึงพรึงเพริด เสียงที่ดังครั้งนี้เป็นเสียงน้องแนนจริงๆ แต่ถ้อยคำลามกหยาบคายแบบนี้ปกติน้องแนนจะไม่เคยใช้มาก่อน ทำให้ทุกคนอึ้งไปตามๆกัน

“อีนี่นมใหญ่กว่าอีคนเมื่อครู่อีกว่ะ ขยำมันส์จริงๆ” เสียงแหบห้าวดังขึ้นจากปากสาวสวย
“หีก็ฟิต ตอดของกูด้วยว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ” เสียงผู้ชายอีกคนดังขึ้น “อูย...แรงอีก..แรงอีก..อีหนู” ลึงค์ศักดิ์สิทธิ์ผลุบเข้าออกเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้แนนสูดปากครวญครางดังลั่น
“อูยยย..ซี๊ด...เสียว...เสียวจะตายอยู่แล้ว...อูยยยย ดี....ดี...ยัดลึกๆเลย....อูย....ซี๊ด.....” เสียงน้องแนนดังขึ้น พร้อมกับส่ายก้นไปมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ได้เลยอีหนู เด้งรับหน่อยซิวะ...ฮ่า..ฮ่า...อย่างนั้น...อูยยยยย....หีมึงนี่ดูดดีว่ะ ....ฮ่า...ฮ่า....”
“โอ๊ย...น้ำจะแตกแล้ว...อูย...ซี๊ดดด...อูย กูไปก่อนแล้ว...โอ๊ยยยย น้ำกูแตกแล้ว...” เสียงแหลมเล็กของผู้ชายคนหนึ่งดังจากปากของน้องแนน

ฉับพลันทุกคนก็เห็นน้ำขาวขุ่นข้นไหลซึมออกมาจากปากแคมไหลลงมาตามง่ามขาแล้วหยดลงบนพื้น

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มึงนี่นกกระจอกไม่กินน้ำเหมือนเดิมเลยว่ะ ...ฮ่า..ฮ่า...ตากูโว๊ย อีหนู เด้งหน่อย...ฮ่า...อูยยยยย....เสียวโว๊ย....”
“ซี๊ด...อูย..เสียวหีจังเลย..อูยยย...เจ็บ....อูยยยยยเสียว....”
“อูย ขอกูเล่นตูดมันหน่อยโว๊ย”
น้องแนนเลื่อนมือไปขยำแก้มก้นของตัวเองแรงๆ แล้วแหย่นิ้วเข้าไปในช่องหลืบน้อยๆ หน้าตาบูดเบี้ยวครวญครางออกมา
“อย่า อย่าเอาทางนั้น...ว๊ายยยยย...อย่า...อูยยย...เสียว...ดี...ดีจังเลย...อูยยยยย”
“อูยยย พี่จ๋า เอาแรงๆเลย...อูยยยย...ควยใหญ่จัง...อูยยยย....ไม่เจออย่างนี้มานานแล้ว ...อูยยย...” เสียงผู้หญิงดังขึ้นแต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงน้องแนน

มือของนักศึกษาสาวเลื่อนลงไปจับที่ท่อนลึงค์พร้อมเด้งก้นขึ้นลงกระแทกกับท่อนลึงค์เหมือนต้องการจะให้เข้าไปลึกๆ
“โอ๊ยยย..เจ็บ...อย่าดันแรง...โอ๊ยยยย...ไม่ไหวแล้ว....” เสียงน้องแนนครวญคราง น้ำตาไหลพรากเหมือนกับเจ็บปวดสุดชีวิต
“ดี..ดี...พี่จ๋า...แรงๆอย่างนี้...หนูชอบ...อูยยย...ซี๊ด...เสียวหี....อูยยยยย” เสียงผู้หญิงอีกคนสูดปากร้องครวญคราง
ภาพที่ทุกคนเห็นตอนนี้อัศจรรย์ยิ่งนัก เพราะตามเนื้อตัวของน้องแนนตอนนี้ ยุบเข้ายุบออกไปทั่วเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็น บีบขยำไปทุกๆส่วน จนเนื้อที่ขาวนวลเนียนเป็นรอยแดงๆเต็มไปหมด ในขณะที่ร่องหีก็มีน้ำสีขาวขุ่นไหลเป็นทางออกจากง่ามขาอยู่ตลอดเวลาเหมือน กับไม่มีวันจบสิ้น

“ฮือ...ฮือ...กลัวแล้ว...เบาๆ...อย่าทำ...ฮือ...ฮือ...” เสียงน้องแนนร้องพร้อมกับน้ำตาไหลพรากลงมา

ร่างบอบบางเหมือนนางแบบบิดส่ายไปมาไม่ขาดระยะ แต่บางครั้งก็เด้งหน้าเด้งหลังเหมือนกับเงี่ยนสุดชีวิต สองมือลูบคลำขยำเต้านมของตัวเองอย่างรุนแรงปานจะให้แหลกเหลวคามือไปเลย ในขณะที่ปากก็ส่งเสียง หัวเราะบ้าง ร้องไห้บ้าง บางครั้งก็ร้องด่าหยามเหยียดตัวเองอย่างรุนแรง แต่ก็สูดปากครางซี๊ดซ๊าดไม่ขาดระยะ ซึ่งเป็นอำนาจของปีศาจหื่นทั้งชายหญิงที่สิงอยู่ในลึงค์นั่นเอง

“โอ๊ยยยย...ซี๊ด...เปลี่ยนทามั่งโว๊ย...อีหนู...กูเบื่อท่านี้แล้ว”
ขาดคำ แนนก็ลุกขึ้นนั่ง แล้วเปลี่ยนเป็นคลานสี่เท้า ใบหน้าถมึงทึง ยิ้มอย่างหื่นกระหาย พร้อมกับเลียริมฝีปาก
“อุ๊ย...ท่าถนัดของหนูเลยพี่....อูยยยย...แรงแรง...เอาแรงๆ...” เสียงผู้หญิงที่ไม่ใช่แนนร้อง พร้อมกับคลานสี่ขาไปมา เต้านมอวบขาวของสาวสวยสั่นกระเพื่อมตามการขยับเขยื้อนของร่างกาย ซึ่งยั่วยวนบรรดานักศึกษารุ่นพี่เป็นอย่างมาก บางคนถึงกับอดไม่ไหวที่จะลดมือลงไปกุมเป้าของตัวอง

“ฮ่า ฮ่า เป็นไงพวกมึง เงี่ยนกันไปแล้วใช่มั้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกมึงนั่งกันได้แล้ว เดี๋ยวกูเอามันเสร็จแล้วจะยกให้พวกมึง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงแหบห้าวดังขึ้นจากปากงาม น้ำลายไหลย้อยมาตามมุมปาก แต่สาวน้อยก็สูดกลับไปอีกครั้ง

“อูยยย เสียวหี...อูยยย....ซี๊ด ...แรงอีกซิพี่...อูยยย” เสียงผู้หญิงร้องพร้อมกับที่แนนหยุดคลาน แต่เปลี่ยนเป็นนั่งยองๆ มือข้างหนึ่งขยำเต้านมของตัวเอง แต่อีกข้างสอดเข้าไปพร้อมกับที่ท่อนลึงค์ยังขยับเข้าออกอยู่ไม่หยุดยั้ง นิ้วน้อยๆนั้นเกี่ยวเม็ดเล็กๆที่ไวต่อความรู้สึกที่สุด ในขณะที่น้ำสีขาวๆไหลออกมาจากร่องจนนองเต็มพื้นไปหมด

“อูยยยยย...ซี๊ด....เสียว...อูยยยยยย.....น้องน้องขา อยากเย็ดหีอีนี่รึยังคะ ....ฮะ..ฮะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
“อูยยยย...จริงด้วย....หีหนู..ฟิตนะคะ...ฮิ..ฮิ.....อยากลองมั้ย...อูยยยย ...ฮิ...ฮิ...”เสียงผู้หญิงอีกคนดังขึ้นอย่างกระเส่ายั่วยวนสุดขีด
แนนกวาดสายตาค้อนควักมองนักศึกษารุ่นพี่ด้วยสายตาหยาดเยิ้มเปี่ยมจริต ในขณะที่ปากก็สูดร้องครวญครางอยู่ตลอดเวลา ครั้งนี้น้ำเงี่ยนนั้นไหลพรวดจากง่ามขาเป็นสายเลยทีเดียว....

ไอ้เอกดูไปดูมา อดที่จะเงี่ยนตามไม่ได้จริง เพราะทั้งภาพทั้งเสียงล้วนแต่ปลุกเร้าอารมณ์ให้ความเสียวกลับคืนมาอีกครั้ง แถมน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนดูสาวแพมด้วยซ้ำ
“ไหนๆ ก็ทำอะไรไม่ได้ นึกว่าดูโชว์ละกันวะ” มันพูดพร้อมทรุดตัวนั่งหน้าตาเฉย
ทุกคนเห็นด้วย เพราะลีลาของน้องแนนนั้นยั่วยวนสุดขีด ต่างดูจนเป้ากางเกงตุงไปตามๆกัน จึงรีบนั่งตามพร้อมกับจ้องเขม็งไปที่นักศึกษาสาวรุ่นน้อง

“ว่ากันไม่ได้นะน้องแนน....อยากรนหาที่เอง” ไอ้เอกพึมพำ
“เอ๊ะ พี่เอก อีแพมหายไปไหนแล้ว” ไอ้เบี้ยวถามอย่างตกใจ
“ชาคริตก็ไม่อยู่ด้วย สงสัยมันพาหนีไปแล้ว ไอ้เวรนี่ไว้ใจไม่ได้เลย” จิรพนธ์อุทานขึ้นบ้าง
“ช่างแม่งเหอะวะ เรื่องนี้มันมีส่วนอยู่ด้วยยังไงก็ไม่กล้าไปบอกใคร เดี๋ยวรอเล่นน้องแนนแทนละกัน” ไอ้เอกพูด

“พี่แพม รู้สึกตัวรึยัง พูดอะไรซักอย่างซิ” ชาคริตซึ่งกำลังขับรถอยู่ หันไปถามดาวมหาลัยที่นั่งอยู่ด้านข้าง

สาวแพมตอนนี้สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงนั่งเซื่องซึมตาลอยเหมือนคนที่สติไม่อยู่กับตัว ใบหน้างามของเธอเผือดขาว ดูน่าสงสารผิดจากเดิมที่เคยเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองอย่างไม่เหลือเค้า
ชาคริตใจหายวูบตัดสินใจหยุดรถลงที่ข้างทาง พร้อมกับหันไปเขย่าร่างงามนั้นอย่างรุนแรง

“พี่แพม พี่แพม โธ่...พูดอะไรซักอย่างซิ” ชายหนุ่มพูดอย่างเศร้าใจ
“น้ำ...” แพมพูดออกมาเบาๆเหมือนคนละเมอ
“ว่าไงนะ” ชาคริตรีบถาม รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเมื่อได้ยินเธอพูดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พาขึ้นรถ
“น้ำ...หิวน้ำ...” แพมพูดมาอีกครั้ง
“ผมจะไปซื้อให้” ชาคริตพูดออกมาอย่างดีใจ เขาขับรถไปจนถึงหน้าร้านสะดวกซื้อ ก็จอดรถ
“คอยผมอยู่นี่นะพี่แพม อย่าลุกไปไหนนะ เดี๋ยวผมมา... เข้าใจมั้ย” ชายหนุ่มสั่งย้ำ
สาวสวยพยักหน้า
ชาคริตปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วเปิดประตูรถ เขาหันมามองอีกครั้งด้วยอย่างไม่ไว้ใจ แพมยังนั่งนิ่งไม่มีท่าทีจะไปไหน ทำให้เขาปิดประตูรถ แล้วรีบเข้าไปในร้าน

ชายหนุ่มเลือกซื้อโค้กมาสองกระป๋อง พอออกจากร้านก็แปลกใจ เมื่อเห็นสาวแพมยืนเอนหลังพิงรถโดยมีเด็กผู้ชายยืนรายล้อมเต็มไปหมด ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปดู พอเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตกใจ

สาวแพม ถลกกระโปรงตัวเองเลิกขึ้นมาถึงเอว กางเกงในกรอมอยู่ที่เข่าเผยให้เห็นโคกเนินเปล่าเปลือย โดยพวกเด็กๆเอานิ้วจิ้ม ลูบของสงวนของเธอไปมา ปากก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกสนาน

“ไอ้พวกเด็กเวร มึงไปไกลๆตืนกูเดี๋ยวนี้” ชาคริตตะโกนด้วยความโกรธจัด

ฝูงเด็กแตกฮือกระจัดกระจาย ไอ้คนหนึ่งยังหันมาพูด
“โกรธอะไรพี่ แฟนพี่เรียกมาดูเองนะ”
“มึงไปไกลๆเลย”ชาคริตพูด พร้อมกับดึงกางเกงในของญาติสาวผู้พี่ขึ้นมา “พี่แพมขึ้นรถ” ชายหนุ่มสั่งเด็ดขาด
“เจ้าค่ะ” แพมทำท่าถอนสายบัวล้อเลียน พร้อมกลับขึ้นรถตามคำสั่งเขา

“แฟนพี่จิ๋มสวยจังเลย”
“เอาเผื่อผมด้วยนะ”
พวกเด็กพากันตะโกนล้อเลียน
“ไอ้เด็กเหี้ย” ชาคริตหลุดปากด่า พร้อมกับเดินไปขึ้นรถ จากนั้นก็สตาร์ทรถออกไปทันที

“ทำไมทำอย่างนี้” เขาถามญาติผู้พี่หลังจากสงบสติอารมณ์ได้
“ทำอะไร” แพมแกล้งถาม
“ก็ไปแก้ผ้าให้เด็กดูไง ไม่อายรึไง”
“เอ๊า มีดีก็ต้องให้ดูซิ... ไม่เอาน่า... อิจฉาเด็กรึไง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น